ประธานหยิ่งยโสของฉัน

ตอนที่ 257 คุณควรจะเรียกพี่เขยสักคำ



ตอนที่ 257 คุณควรจะเรียกพี่เขยสักคำ

ตอนที่ 257 คุณควรจะเรียกพี่เขยสักคำ

“นายครับ สินค้าของพวกเราถูกคนปล้นไปแล้วครับ”

เสิ่นเหลียวที่การต่อสู้ที่ดุเดือดกำลังสนุกสนานอยู่ๆได้รับสาย ที่โทรมาจากท่าเรือทางนั้น ก็อ่อนลงภายในชั่วพริบตา

แขนที่ค้าเอาไว้เพียงครู่เดียวก็งอลงไป ร่างกายช่วงบนล้มลง ไปบนร่างกายของฉู่ซีหรานอย่างแรง “แกพูดอะไรนะ ! ”

ฉู่ซีหรานที่ถูกกระแทกร้องอุทานออกมาเสียงหนึ่ง เจ็บจน ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ทำได้เพียงกำหมัดแน่นอดทนเอาไว้

“ตอนที่คนของเราไปถึง ท่าเรือก็ว่างเปล่าแล้ว เรือบรรทุก สินค้าไม่รู้ว่าไปที่ไหน พี่น้องที่แต่เดิมรับผิดชอบคุ้มกันการนำ ส่งสินค้าอยู่ที่นี่ต่างก็ถูกตีจนสลบไปกันหมด

“แม่งเอ๊ย ! ใครหวะ ! ”

เสิ่นเหลียวตวาดด้วยความโมโห ร่างกายกดทับลงไปที่จู่ ซีหรานอย่างหนัก กำลังที่ป่าเถื่อนจี้เธอเอาไว้อย่างรุนแรง อาศัยแรงที่ใกล้เคียงกับความโหดเหี้ยมราวกับจะฉีกเธอให้ขาด

“ได้ยินมาว่า เป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าคนหนึ่ง แต่เห็นหน้า ตรงๆไม่ชัด…

“สวะ ! ไอ้พวกสวะ ! คนมากมายขนาดนี้ดูเรือลำเดียวเอาไว้ ไม่ได้ ! กูเลี้ยงพวกมึงไว้ทำอะไรวะ ! ไสหัวกลับมา ! ”

“ครับ นาย”

เสิ่นเหลียวโยนโทรศัพท์ทิ้ง ลงมาจากร่างกายของฉู่ซีหราน ดวงตาที่โหดเหี่ยวดุดันจ้องมองเธอเอาไว้ “ลุกขึ้น ! ”

ฉ่ซีหรานถูกเขากระทำซ้ำไปซ้ำมาจนทั่วทั้งร่างกายปวด เมื่อยอ่อนปวกเปียกไปหมด นี่กลางดึกขนาดนี้ไม่ให้นอน ลุก ขึ้นมาทำอะไร?

“ที่รัก เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ?” ฉ่ซีหรานเอ่ยถามด้วยเสียงอ่อน

เสิ่นเหลียวอุทานออกมาอย่างหนักหน่วง “เฮอะ ! มีคนลงมือ อยู่บนหัวของกู ! ลุกขึ้น ไปหยิบเสื้อผ้ามาให้ฉัน
จ่ซีทรานนวดคลึงบริเวณช่วงเอวและแผ่นหลังที่ปวดเมื่อย เล็กน้อย “ค่ะ”

ดูแลเสิ่นเหลียวเปลี่ยนเสื้อผ้า เวลาได้เป็นตอนเที่ยงคืนสิบ สองนาฬิกาแล้ว เสิ่นเหลียวโทรศัพท์หาคนขับรถ แจ้งว่า ตนเองจะออกไปข้างนอก

“ดึกขนาดนี้แล้ว คุณจะไปไหนคะ? เรื่องอะไรพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ไม่ได้หรอ?”

เสิ่นเหลียวเหลือบมองไปยังจู่ซีหรานอย่างเยือกเย็นแวบ หนึ่ง “พรุ่งนี้? ยื้อไปถึงพรุ่งนี้ได้หรอ กูจะออกไปตอนนี้ ! ยัย โง่ ! ”

อู่ซีหรานถูกด่าขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในใจรู้สึกได้รับความไม่ เป็นธรรมจนถึงที่สุด แต่ทำได้เพียงอดทนเอาไว้ ยิ้มขึ้นเล็ก น้อยเอ่ยขึ้นเบาๆว่า “งั้นคุณก็ดูแลความปลอดภัยของตัวเอง ด้วยนะคะ ฉันรอคุณกลับมา”

เงินเหลียวอุทานอย่างไม่พึงพอใจออกมาคำหนึ่ง ค้ำไม้เท้า เอาไว้เดินเข้าไปในลิฟต์

ฉี่ซีทรานกัดฟันนั่งลงบนโซฟา ชุดนอนผ้าไหมแท้ปิดคลุม ร่างกายอย่างไม่เป็นระเบียบ เผยผิวที่ขาวสะอาดออกมาดวงตาทั้งสองข้างมองไปทางๆหนึ่งอย่างโกรธแค้น

เสิ่นเหลียวเพิ่งจะถึงเมืองหลวงก็เกิดเรื่อง นี่ไม่ใช่เรื่อง บังเอิญอย่างแน่นอน

หลงเซียวเปิดโทรศัพท์มือถือ เห็นข้อความจากกู้เยนเซิน

เจ้าหนุ่มนี่เมื่อคืนนี้ตื่นเต้นดีใจขนาดไหนกัน? คิดไม่ถึงว่าจะ ส่งข้อความให้เขาสิบกว่าข้อความ

สำเร็จแล้ว คืนนี้ ไอ้เสิ่นเหลียวนั่นนอนไม่หลับแน่ ! ”

“ฉันเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาครึ่งค่อนคืน แกกลับ หลบอยู่ในรังรักที่อบอุ่นนอนหลับ แบบนี้เหมาะสมแล้วหรอ?”

“นอนแล้วจริงๆ? โทรศัพท์ไม่รับ ข้อความไม่ตอบกลับ? แก เล่นหายตัวหรือหายตัวไปจริงๆ?”

“ก็ได้ ฉันไปนอนแล้ว
เปิดดูข้อความของกู้เยนเซิน มุมริมฝีปากของท่านเซียวโค้ง ขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ดูเหมือนเรื่องของเสิ่นเหลียวเขาจะทำได้ อย่างราบรื่น ดีมาก

น่าโทรศัพท์มือถือวางลงบนโต๊ะ หันหลังกลับมาพบว่าลัวหา นได้ลุกขึ้นจากเตียงแล้ว

“ทําไมไม่นอนต่ออีกสักหน่อย?

ลั่วหานบิดขี้เกียจเล็กน้อย หยิบชุดออกกำลังกายออกมา จากในตู้เสื้อผ้า “ฉันจะเก็บนิสัยที่ดีกลับคืนมา เริ่มตั้งแต่วันนี้วิ่ง ตอนเช้าค่ะ ! ”

มือทั้งสองข้างของหลงเซียวสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ของชุดลำลอง โค้งริมฝีปากขึ้นยิ้ม “ยังมีแรงวิ่งอีกหรอ?”

“พูดจาไร้สาระ ความแข็งแกร่งของร่างกายฉันดีมากค่ะ” ความหมายของเธอคือ คุณสมบัติร่างกายของตนเองดีมาก วิ่ง เป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในหัวข้อสนทนา

ท่านเซียวกลับยิ้มจนหน้าเนื้อใจเสือมืดมนมากขึ้นเรื่อยๆ “อ๋อ? ดูเหมือนคืนนี้ผมจะพยายามอีกสักหน่อยได้

ลั่วหานได้สติกลับคืนมาอย่างกะทันหัน “คนอันธพาล ! คืนนี้ฉันยื่นขอกะดึกไม่กลับมาแล้วค่ะ”

ท่านเซียวพิงไปที่โซฟา ขาทั้งสองข้างไขว้เข้าหากัน “คุณยื่น กับใคร? ผมจะไล่เขาออกก่อนที่คุณจะยื่นไปถึง

“คุณ !

“เป็นยังไงครับ?”

“คุณชนะแล้วค่ะ ! ”

“ฮ่าๆ ! คุณก็ไม่เลวเช่นเดียวกันครับ”

ลั่วหานเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ “คุณจะไปด้วยกันไหมคะ?”

ท่านเซียวมองดูเวลา “วันนี้ไม่ทันแล้ว ผมจะไปที่ๆนึง”

ลั่วหานพยักหน้าด้วยความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง เรื่องที่กู้เยน เซินพูดในโทรศัพท์เมื่อคืนนี้ คงจะสำเร็จแล้ว

หลงเซียวออกเดินทางตั้งแต่เช้า ไปยังท่าเรือส่วนตัวของเขา

ก่อน
ตอนที่เขาไปถึง จี้ตงหมิงได้รออยู่ที่ท่าเรือแล้ว

“บอสครับ สินค้าได้ตรวจเช็คเสร็จเรียบร้อย คนที่รับช่วงต่อก็ เข้าประจําตำแหน่งแล้วครับ ออกเดินทางได้ตลอดเวลา เพียง แต่ จะเอาสินค้ายกลงมาเปลี่ยนเป็นของพวกเราหรือเปล่า ครับ?”

ถึงอย่างไรเรือลํานี้ก็เป็นของเงินเหนียว หากออกทะเลไป แบบนี้ ถูกเสิ่นเหลียวเห็นเข้าดูเหมือนจะไม่ค่อยดี

ท่านเขียวยืนอยู่บนท่าเรือ ลมทะเลพัดลงบนเส้นผมของ เขา เส้นผมที่คลายตัวอ่อนนุ่มถูกลมทะเลพัดจนค่อนข้างที่จะ ยุ่งเหยิง แต่ความรู้สึกที่อยู่บนใบหน้าของเขากลับไม่มีเปลี่ยน แม้แต่วินาทีเดียว นิ่งสงบ หนักแน่น เยือกเย็น มั่นใจในตนเอง สไตล์ที่เป็นมาตลอดของหลงเซียว

“ไม่ต้อง ใช้เรือลำนี้นี่แหละ แจ้งผู้ซื้อให้มารับสินค้าด้วย ตนเอง เรือลํานี้ ส่งให้เขาไปเลย

ดวงตาของจี๊ดงหมิงเบิกโพลง ถูกการกระทำที่ยิ่งใหญ่ของ บอสทำให้ตกใจจนตาค้าง “บอส ราคาของเรือลำนี้ไม่ใช่ถูกๆ เลยนะครับ จะส่งให้คนอื่นแบบนี้น่ะหรอ?”

หลงเซียวพยักหน้า “ไม่ส่งให้คนอื่น จะเก็บไว้ทำอะไร?ของๆเงินเหนียว คุณยินดีที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม? ถ้าคุณชอบส่ง ให้คุณก็ได้

จี้ตงหมิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สายศีรษะติดต่อกันในทันที “งั้น ก็ช่างเถอะครับ”

อยู่ด้วยกันกับบอสมานาน บนร่างกายก็ถูกย้อมไปด้วยความ สูงส่งถือตัวของเขา สําหรับคนบางกลุ่มสิ่งของบางอย่างก็ไม่ แยแสที่จะไปสัมผัสเลยแม้แต่น้อย ให้ฟรีก็ยังไม่เอา

หลงเซียวมองออกไปยังท่าเรือ ที่สายตาสามารถมองเห็นได้ ก็คืออาณาเขตทะเลที่กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ดวงตาที่ดำขลับ ล้ำลึกมองไปยังทะเลสีฟ้าท้องฟ้าสีคราม มุมริมฝีปากเอียงขึ้น เล็กน้อย “เงินเหลียวทางนั้น เป็นยังไงบ้าง?

“เมื่อคืนนี้คนของเขาทั้งหมดถูกโจมตีจนสลบ ได้ยินว่ากลาง ดึกเสิ่นเหลียวระเบิดอารมณ์รุนแรงมาก เกือบจะฉีกผู้รับผิด ชอบในเหตุการณ์เมื่อคืนออกเป็นชิ้นๆ ผมคาดเดาว่าสอง สามวันนี้เขาคงจะไม่หยุด จะต้องตรวจหาสินค้าล็อตนี้อย่าง ละเอียดถี่ถ้วนอย่างแน่นอน บอสครับ เราจะต้องทําอะไร หน่อยใช่หรือเปล่า?”

หลงเซียวเดินขึ้นไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ลมทะเลนำชุดสูทสีดำ ของเขาพัดจนส่งเสียง ลมพัดเปิดชายของชุดสูท ทําเอาเงาร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าชายฝั่งอันไร้ ขอบเขต แสดงถึงความยโสโอหังที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“แน่นอน เสิ่นเหลียวสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ผม ก็ต้องปลอบใจเขาหน่อยเป็นธรรมดา หลังจากที่เรือบรรทุก สินค้าขนส่งออกไปแล้ว ติดต่อเสิ่นเหลียว ให้เขาไปหาผมที่ บริษัทMBK

“ครับ ! ”

ออกคำสั่งเสร็จ ท่านเซียวหมุนตัวออกไปจากท่าเรือ เข้าไป นั่งในรถโรลส์รอยซ์ โทรออกไปที่หมายเลขหนึ่ง

มองเห็นว่าเป็นพี่ใหญ่ที่โทรเข้ามา หลงจื้อนั่งตัวตรงขึ้นโดย กฎความเฉื่อย “พี่ใหญ่ ผมอยู่ที่ห้องทำงาน มีเรื่องอะไรไหม ครับ? ผมรายงานตัวได้ตลอดเวลา”

หลงเซียวมองดูนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือ “ดีมาก ประมาณหลัง จากนี้อีกหนึ่งชั่วโมง มีคนๆนึงจะไปหาฉันที่ห้องทำงาน ฉันอยู่ ข้างนอกกลับไปไม่ได้ แกช่วยฉันต้อนรับสักหน่อย ใช่แล้ว เขา ชื่อเงินเหนียว”

หลงจื้อกรองชื่อนี้ภายในสมอง เข้าใจทุกอย่างขึ้นมาโดยฉับ พลัน “ที่พี่ใหญ่พูดก็คือเสิ่นเหลียวที่เมืองเจียงเฉิง? สามีของฉ่ซีหราน? น้องเขยของ…พี่สะใภ้ใหญ่ผม?”

“ใช่”

“WTF ! คราวนี้สนุกแน่ ! พี่วางใจเถอะ ผมจะต้องช่วยพี่ ต้อนรับเขาให้ดีอย่างแน่นอน ! ”

แล้วก็ โปรเจกต์นั้นที่แกช่วยฝ่ายการตลาดทำการตรวจสอบ

วิจัย ให้เขาไป

“เพราะอะไรครับ? ! ”

หลงเซียวยิ้มขึ้นบางๆ ยิ้มอย่างมีเลศนัย เพราะว่านอกจาก เขาแล้ว ไม่มีใครยอมทำการค้าขายที่ขาดทุน

หลงจื้อเจียรนัยคำพูดของพี่ใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง เข้าใจแล้ว

“อั๊ยยะ ! คุณชายเสื่น ! แขกผู้มีเกียรติ เชิญนั่งครับ ! เชิญ นั่ง ! ”

หลงจื้อเชิญเสิ่นเหลียวนั่งลงอย่างเกรงอกเกรงใจ รินน้ำชาให้กับเขาด้วยตนเอง

เงินเหลียวอทานออกมาอย่างประชดประชัน “หลงเซียวล่ะ? ให้เขามาพบผม?”

หลงจื้อนั่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของเขา หัวเราะเบาๆสองที “คุณ ชายเงิน คุณเรียกพี่ใหญ่ของผมแบบนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีมั้ง ครับ? จะพูดยังไงพี่ใหญ่ของผมก็คือพี่เขยของคุณ คุณควรจะ เรียกพี่เขยสักคำถึงจะถูกหรือเปล่า?”

“หลงจื้อ ผมขอเตือนคุณว่าอย่ามาก่อกวนผม” ไม้เท้าที่อยู่ใน มือของเงินเหนียวกระทบลงบนพื้นอย่างแรง ส่งเสียงดังก้อง ออกมา

“คุณชายเงินโมโหขนาดนี้ทำไมกันครับ? ที่ผมพูดน่ะเป็น ความจริงทุกประโยค? แต่ว่าคุณชายเงินไม่เรียกก็ไม่เป็นไร พี่ ใหญ่ของผมก็ไม่อยู่พอดี เพียงแต่พี่ใหญ่ของผมบอกเอาไว้ แล้วว่า ในเมื่อคุณคือน้องเขยของเขา ก็คือญาติเช่นเดียวกัน

เงินเหลียวโมโหจนอุทานออกมาอย่างประชดประชันอีกครั้ง “หลงจื้อ คุณพูดจาทางที่ดีที่สุดเกรงใจผมหน่อย ! หากไม่มี ธุระอะไร ผมขอตัวไปก่อน ! รอหลงเซียวกลับไปให้เขาไปหา ผมด้วยตัวเอง ! คุณนับเป็นสิ่งของอะไรกัน ! ”
หลง อนั่งไขว่ห้าง ดื่มน้ำชาเข้าไปหนึ่งคํา “คุณชายเงิน ไม่ ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ของผมหรือว่าผม บนสนามธุรกิจ ที่สามารถ หาเงินได้ก็คือลูกพี่ โปรเจกต์ที่ใช้ในการหาเงิน ก็คือเพื่อน คณชายเงินคงจะไม่มีความคิดเห็นคัดค้านต่อการหาเงินหรอ กล่ะมั้งครับ?”

ดวงตาที่โหดเหี้ยมราวกับงูเห่าก็ไม่ปานของเงินเหลียวหรี่ ลงครึ่งหนึ่ง มาที่เพิ่งจะยืนขึ้นมาครึ่งหนึ่งก็งอพับลงไปอีกครั้ง “อ๋อ? ธุรกิจอะไร?”

หลงจื้อดึงเอาแบบร่างความร่วมมือในการทำโปรเจกต์ออก มาฉบับนึงส่งให้กับเขา “อันนี้ เดิมทีพี่ใหญ่ของผมอยากจะ ลงทุนร่วมกับบริษัทอื่นเคอ ถึงอย่างไรการติดต่อคบค้าของ ตระกูลหลงกับตระกูลเกาก็ลึกซึ้ง แต่ในเมื่อคุณชายเงินคือ คนกันเอง พี่ใหญ่ของผมตัดสินใจยกผลประโยชน์ในการร่วม ลงทุนกับคุณ”

เสิ่นเหลียวมองดูหลงจื้ออย่างไม่ค่อยที่จะเชื่อ พลิกดูแบบ ร่างความร่วมมือในการลงทุนอีกครั้ง สำหรับเสิ่นเหลียวที่เพิ่ง จะเจ็บปวดจากการสูญเสียสินค้าล็อตใหญ่ไปนั้น ความร่วมมือ ในการลงทุนที่มาส่งถึงหน้าประตูบ้านแน่นอนว่ามีแรงดึงดูด เป็นอย่างมาก

เพียงแต่ เขาพลิกไปพลิกมา ก็โยนแบบร่างนั้นลงไปบนโต๊ะ “เหลวไหล ! นี่ก็คือการซื้อขายที่ขาดทุน ! เล่นลูกไม้กับกูหรอ ! *

“คุณชายเงินเข้าใจผิดแล้วครับ โปรเจกต์นี้ลงทุนระยะแรก ระยะหลังเก็บคืนกลับมา คุณดูให้ชัดเจน การลงทุนและผล กำไร บริษัทMBKกับคุณแบ่งอย่างเท่าเทียมกัน คุณชดใช้ เงิน พวกเราก็ชดใช้เงินเช่นเดียวกัน นั่นมีความจำเป็นอะไรล่ะ ครับ?”

เงินเหนียวขมวดคิ้วขึ้น “การร่วมลงทุนแบบนี้ เหอะๆ หรือว่า หลงเซียวปัญญาอ่อนไปแล้ว?”

แม่ง ! แกสิ ปัญญาอ่อน ! ทั้งครอบครัวของแกต่างก็ ปัญญาอ่อน !

“วางสายเบ็ดให้ยาว ตกปลาตัวใหญ่ ! ในเมื่อคุณชายเสิ่นไม่ ยินดี งั้นก็ช่างเถอะครับ หลังจากนี้ครึ่งชั่วโมง เกาจิ่งอานก็จะ มาเซ็นชื่อ คุณชายเงิน โปรดให้อภัยที่ผมไม่สามารถส่งคุณได้ ไกลกว่านี้”

หลงจื้อยื่นมือออกไปส่งแขก เสิ่นเหลียวกลับลังเลขึ้นมาแทน

หลังจากที่ลังเลไปหลายนาที เงินเหลียวคิดว่า ด้วยหลง เซียวคนที่ฉลาดแบบนี้ จะไม่ทําธุรกิจที่ขาดทุนอย่างแน่นอนอีกทั้งส่วนแบ่งครึ่งต่อครึ่ง ใครก็เอาเปรียบไม่ได้

“ได้”

เสิ่นเหลียวเซ็นชื่อของตนเองลงไป สัญญาหนึ่งชุดสองฉบับ

“ดีมาก ! ถ้างั้นคุณชายเงิน หวังว่าความร่วมมือของเราจะ

ผ่านไปด้วยดีนะครับ

ส่งเสิ่นเหลียวกลับไป หลงจื้อมีความสุขเกลือกกลิ้งอยู่บน โซฟา ! ไอ้เจ้าเสิ่นเหลียว แกสิที่ปัญญาอ่อนไปแล้ว !

เจ้านี่หรือว่าดูรายละเอียดที่อยู่ในสัญญาไม่ออกหรือยังไง? สมองแม่งมีรู !

“พี่ใหญ่ เสิ่นเหลียวเซ็นชื่อแล้วครับ ! ”

“พี่ใหญ่ พี่รู้ได้ยังไงว่าเสิ่นเหลียวจะต้องเซ็นชื่ออย่าง แน่นอน?”
“เพราะว่าเขาคือเงินเหลียว เห็นเงินเป็นพระเจ้า อีกทั้งความ อยากอาหารมีมาก

หลงจื้อดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว “โอเค ! ธุระผมทำสำเร็จแล้ว พี่ใหญ่ที่อยู่ที่ไหน? ผมกลับไปที่ห้องทำงานของผมก่อนได้ หรือเปล่า? ที่นี่ของพี่อึดอัดจนรู้สึกกระสับกระส่ายไปหมด แรง กดดันมากจนเกินไป

“ฉันอยู่ที่หน้าประตู”

“หา?”

หลงจื่อเพิ่งจะอ้าปากออกกว้าง ประตูห้องทำงานก็ถูกหลง เซียวผลักเข้ามาจากด้านนอก หลงเซียววางโทรศัพท์มือถือ ลง “แกกลับไปได้แล้ว”

หลงจื้อตกตะลึงไปชั่วขณะ “พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไรกัน?”

“เมื่อครู่นี้ ตอนที่เสิ่นเหลียวออกไป”

“พวกพี่เจอกันแล้ว?

“ใช่”
ปากของหลงจี๋ออ้าออก “จากนั้นล่ะ? ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เลย?”

“มี เขาเสนอข้อคิดเห็นกับฉันว่า แกทำธุรกิจไม่เป็น กำลัง ช่วยฉันขาดทุน”

หลงจี๋อ : “แม่งไอ้เสิ่นเหลียว ! ให้มันขาดทุนตายไปเลย ! ให้มันขาดทุนหมดเกลี้ยงไปเลย !


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ