ประธานหยิ่งยโสของฉัน

ตอนที่ 151 อย่าไป ลั่วหาน



ตอนที่ 151 อย่าไป ล้วหาน

หยวนซูเฟินร้องตะโกนเรียก ยื่นมือออกไปจะตบไป บนใบหน้าของอู่ลั่วหาน ลักษณะท่าทางกับรังสีที่แผ่ ออกมานั้นแน่นอนว่ากะจะตบหู่ลั่วหานให้ถึงตาย

พอหลงจื่อเห็นฉากนี้ก็รู้สึกขึ้นมาในทันทีว่า สถานการณ์ไม่ดีต่อเธอเป็นอย่างมาก จึงไม่สนใจ อะไรมากมายขนาดนั้น หมุนตัวใช้แผ่นหลังของ ตนเองกำบังที่ด้านหน้าของฉู่ลั่วหานในทันที ถูก ฝ่ามือของหยวนซูเฟินเข้าอย่างเต็มแรง

ดีที่ฝ่ามือ ตบลงที่แผ่นหลังของหลงจื้อ ไม่เช่นนั้น อย่าพูดถึงว่าเป็นฉู่ลั่วหาน ต่อให้เป็นหลงจื่อที่โดน ตบลงไปบนใบหน้า บวมแดงขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน

ฉู่ลั่วหานแหงนหน้าขึ้นอย่างตกตะลึง มองเห็น สีหน้าที่อดทนต่อความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัดของ หลงจี๋อ ก็ทั้งโทษตัวเองทั้งโมโห “หลงจื่อ เธอบ้าไป แล้ว?”

“หากผมไม่กําบังแทนพี่เอาไว้ พี่ก็เสียโฉมแล้ว”
หยวนเป็นคราวนี้ยิ่งโกรธจนควบคุมอารมณ์ ตนเองเอาไว้ไม่อยู่ เดิมทีคิดจะตบฉู่ลั่วหานระบาย อารมณ์ คิดไม่ถึงว่าหลงจื่อเจ้าเด็กนี่จะกล้ารับแทน ไฟโกรธภายในจิตใจก็ยิ่งไม่อาจจะหยุดยั้งได้

“หลงจื่อ แกลุกขึ้นมา! ฉันจะตบนังผู้หญิงสารเลว ให้ตาย!

หยวนซูเป็นชูฝ่ามือขึ้นยังจะตบต่อไป ฉู่ลั่วหาน สลัดตัวหลุดออกมาจากอ้อมแขนของหลงจื่อ เธอไม่ ยอมหลบเลี่ยง เธอจะเผชิญหน้าด้วยตัวเอง

ปี การปกป้องของหลงจี๋อออก เธอหันหน้าเข้าหา ยืนอยู่ที่ด้านหน้าของหยวนซูเฟิน ความอ่อนล้าที่อยู่ บนใบหน้ายังมีความห่อเหี่ยวอยู่เล็กน้อย น้ำเสียง กลับไม่มีความทนยอมเชื่อฟังเพื่อรักษาหน้าทุกฝ่าย เลยแม้แต่น้อย หากแต่เป็นผงกศีรษะพร้อมกับเอ่ย ขึ้นอย่างนิ่งสงบและสุภาพ “แม่คะ แม่เป็นห่วงหลง เชียว สงสารเขา หนูรู้ว่าแม่ทุกข์ใจ หากตบหนูจะ ทำให้แม่สบายใจขึ้นมาหน่อย แม่ตบได้อย่างเต็มที่ ค่ะ”

หยวนซูเฟีนอุทานออกมาอย่างประชดประชัน “เธอ ยังมามีเหตุผลอีก! เมื่อคืนนี้ไปที่ไหนมาล่ะ?ตัวเองยังสภาพนั้นแล้ว ไม่อยู่ที่โรงพยาบาลดีๆไป

เกลือกกลั้วที่ไหนมา! “

พูดจริงๆแล้ว ต้นตอของทุกอย่างดูเหมือนต่างก็เป็น เพราะฉู่ลั่วหานออกจากโรงพยาบาลกลางคัน ตอนนั้น ต่อให้เธอมีปากเต็มตัวก็พูดได้ไม่ชัดเจนแล้ว

ก็เลยไม่อธิบายอีกต่อไป “หนูมีธุระออกไปก่อน เวลา หนูมีส่วนรับผิดชอบ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นต่อมาใน ภายหลัง แม่ก็จะให้เป็นความผิดของหนูด้วยหรอ คะ?”

เผชิญหน้ากับความใจเย็นและความที่เป็นคนมี ความรู้ความสามารถของฉู่ลั่วหาน ไฟโกรธของ หยวนชูเฟินก็ติดอยู่ที่ริมฝีปากระบายไม่ออกอย่าง กะทันหัน เธอเกลียดฉู่ลั่วหาน เธอทำอะไรก็ผิดไป หมด ตอนนี้คิดอยากจะลงโทษ ย่อมมีเหตุผลหรือหา ข้ออ้างได้เสมอ?

หยวนซูเฟินเพิ่งจะนิ่งเงียบลงไป โม่หรูเฟยก็เดิน เข้ามาอย่างน่ารักอ่อนโยน คล้องแขนของหยวน ชูเฟีนเอาไว้อย่างเอาอกเอาใจ ปลอบประโลมเธอ ราวกับลูกสาวในไส้ก็ไม่ปาน “คุณป้า อย่าโมโหเลย ค่ะ เธอเป็นคนยังไงคุณป้ายังไม่ทราบอีกหรอคะ?หากคุณป้าสู้รบเอาชนะกับเธอ จะต้องโมโหจนเสีย สุขภาพอย่างแน่นอน มีความจําเป็นอะไรล่ะคะ?”

เธอเป็นคนยังไง?

ในใจของฉู่ลั่วหานอุทานออกมาอย่างประชา ประชัน กลัวเพียงแต่ว่าฉู่ลั่วหานที่หยวนซูเฟีนได้ยิน จากปากของโม่หรูเฟย คงจะเป็นฉบับที่ไม่อาจจะทน ดูต่อไปได้อีกกระมัง

หยวนซูเฟีนอุทานออกมาอย่างประชดประชัน ชาเลืองมองฉู่ลั่วหาน “ไม่รู้ว่าตระกูลหลงซวยอะไร กัน! ”

โม่หรูเฟยคล้องแขนของเธอเอาไว้ ที่มองกลับเป็น ฉู่ลั่วหาน “เมื่อคืนนี้ เดิมทีพี่เซียวนั่งอยู่ในห้องของ ฉันดีๆ อยู่ๆก็ออกไปอย่างกะทันหัน ฉันยังนึกว่าคือ เรื่องใหญ่อะไร ที่แท้คือเธอออกไปจากโรงพยาบาล กลางคัน ฉู่ลั่วหาน เธอยังคิดอยากจะทำร้ายเขายัง ไงอีกกันแน่! เธอทำร้ายเขามาสามปียังไม่พออีก หรอ? ถือว่าฉันขอร้องเธอก็แล้วกัน ปล่อยพี่เซียวไป ได้หรือเปล่า?”

ในใจของฉู่ลั่วหานหัวเราะขึ้นอย่างประชดประชันจนแทบจะเสียรูป “โมหรูเฟย ฉันคือภรรยาของเขา จะบอกว่าปล่อยไป คำพูดนี้ควรจะเป็นฉันที่บอก คุณ”

ตอนนี้คนคนเดียวยากที่จะเอาชนะคนสองคนได้เป็ ลั่วหานรู้ว่าตัวเองไม่สามารถถอยหลังกลับไปอย่าง ปลอดภัยได้ แต่เธอไม่อยากให้คนมาสาดโคลนใส่

หยวนชูเฟินข็งตาใส่เธอ “หุบปาก! อย่าให้ฉัน ได้ยินเสียงของเธออีก

โม่ล่างคุนกับฟูเหวินฟางมองดูฉู่ลั่วหาน ความ รังเกียจภายในลมหายใจต่างก็ไม่ปิดบังเลยแม้แต่ น้อยอีกต่อไป ฉู่ลั่วหานในสายตาของพวกเขาก็คือ ตัวเรือด เป็นตัวแทนของความอัปยศบางอย่าง

หลงจื่อขมวดหางคิ้วเข้าหากันแน่น บนหน้าผาก ของเด็กหนุ่มรูปงามบีบเข้าหากันจนเป็นรอยเส้น เพราะความสงสารอย่างแท้จริง เขากดเสียงลงต่ำ แล้วเอ่ยขึ้น “พี่สะใภ้ใหญ่ พี่อย่าไปทะเลาะกับคน บางกลุ่มที่มีความรู้ต่ำกว่า จะดึงให้คุณภาพของพี่ต่ำ ลง ไม่ต้องไปโกรธ
ฉู่ลั่วหานตอนนี้ยังมีอารมณ์ไปโกรธที่ไหนกัน เพียง

แต่รู้สึกทรมานที่ดวงตาแห้งเหือด ในลำคอดูเหมือน มีกลิ่นคาวเลือด สถานการณ์ของพี่ใหญ่เธอเป็นยัง ไงบ้าง?

*ได้ยินหมอบอกว่าหัวใจได้รับความเสียหาย สถานการณ์โดยละเอียดผมก็ไม่ชัดเจนเช่นเดียวกัน แต่ว่ารองคณบดีที่เก่งมากคนนั้นของพวกพี่อยู่ข้าง ในล่ะ คงจะไม่มีปัญหาอะไร

ฉู่ลั่วหานพยักหน้า แยกห่างจากหยวนซูเฟืนพวก เขาระยะหนึ่งมองดูห้องผ่าตัดอยู่ไกลๆ ด้านบนแสดง เวลาที่ใช้ในการผ่าตัด ได้ผ่านไปหกชั่วโมงสี่สิบนาที แล้ว

โม่หรูเฟยมองหลงจื่อแวบหนึ่ง แสร้งทำเป็นรู้ว่า อะไรควรไม่ควรหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย “หลงจื่อ คุณ แม่ของเธออยู่ทางนี้นะ ยังไม่เข้ามาอีก?”

จุดประสงค์นั้นเห็นได้ชัดว่าจะให้ฉู่ลั่วหานโดด เดี่ยว

ฟู่เหวินฟางก็เอ่ยขึ้นตามเช่นเดียวกัน “หลงจื่อ อย่า แยกแยะหนักเบาไม่ออก
หลังจื่อแสยะมุมริมฝีปากเล็กน้อย น่าข้าจริงๆ เขา ตอนนี้ยังไม่ถึงตาที่บางคนจะมาออกคำสั่งเสียงสูง!

ผมชอบยืนอยู่ตรงนี้ อากาศดี

หลงจื่อเดิมทีอายุก็น้อย เอาแต่ใจสักหน่อยต่อหน้า ผู้ใหญ่ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก ที่สำคัญก็คือเขาไม่ อยากเห็นฉ่ลั่วหานายหน้า

เฮ้อ ความรู้สึกแบบนี้ซับซ้อนมากจริงๆในใจของ หลงจื่อ

ในระเบียงทางเดิน พลังสองกลุ่มต่อสู้กันในความ มืดอย่างเห็นได้ชัด ที่เด่นชัดยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ความ แตกต่างของพลังของทั้งสองฝ่ายชัดเจนมาก ไม่ว่า ใครต่างก็ดูออก ฉู่ลั่วหานแทบจะไม่มีสถานะใดๆใน ตระกูลหลง

สายตาที่เหลือบริเวณหางตาของหยวนชูเฟินมองดู ทางนั้น ปากอุทานออกมาอย่างประชดประชัน “เป็น ของน่าเกลียดประเภทเดียวกันอย่างที่คิดเอาไว้

จริงๆ ! “
เสียงที่ไม่ดัง กลับถูกทุกคนได้ยินอย่างชัดเจนทอ

ติบพอดี

บนใบหน้าของหลงจื่อแสบร้อนขึ้นมาระลอกหนึ่ง ลั่วหานแหงนศีรษะขึ้นอย่างละอายใจ “เป็นพี่ที่ทำใน เธอพลอยติดร่างแหไปด้วย

“ไม่เป็นไร ผมขินมาตั้งนานแล้ว”

ทันใดนั้น ฉู่ลั่วหานรู้สึกว่าบนร่างกายของหลงจื่อมี ลมหายใจกลุ่มนึงที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้โดย สิ้นเชิง ค่อนข้างไม่สอดคล้องกับอายุของเขาในตอน นี้ ราวกับในใจเก็บซ่อนความรู้สึกได้รับความไม่เป็น ธรรมและความเจ็บปวดเอาไว้อย่างมากมาย แต่ กลับไม่เคยแสดงออกมาเลยแม้แต่น้อย

ผ่านไปเจ็ดชั่วโมง ในที่สุดไฟด้านนอกห้องผ่าตัดก็ ดับลง

ฝีเท้าของอู่ลั่วหานเดินขึ้นไปข้างหน้าสองเมตร อย่างเร่งรีบ ยังไม่ถึงหน้าประตูก็ถูกหยวนชูเฟินพวก เธอขวางเอาไว้ที่ด้านนอก ไม่รู้ว่าเป็นแขนของใคร ที่ชนอย่างรุนแรง อีกนิดเดียวก็แทบจะชนเธอจนล้ม ลงไปกองกับพื้น ร่างกายเอียงตัวล้มเข้าไปในข้อพับแขนของหลงจื่อ ศีรษะทางด้านหลังบนไป บน โครงผอมของเขา เจ็บปวดขึ้นมาระลอกหนึ่ง

หลงเซียวสวมหน้ากากออกซิเจน ตอนที่ถูกเป็น ออกมาสีหน้าแห้งเหี่ยวจนแทบจะแยกแยะสีผิวเดิม ไม่ออก ใบหน้าอันหล่อเหลาซีดเผือด ดวงตาปิดสนิท คิ้วขมวดเข้าหากันเอาไว้ ไม่รู้ว่าก่อนที่จะสลบกำลัง คิดอะไรอยู่ ใบหน้าที่เศร้าหมองเต็มไปด้วยเรื่องที่ เก็บเอาไว้ในใจ

ฉู่ลั่วหานอยากเดินเข้าไปดูข้างหน้า กลับถูกโม่ล่าง คุนกันเอาไว้ที่ด้านนอก แม้ว่าไม่พูด แต่การกระทำที่ ถือสิทธิ์แสดงบทบาทเจ้าของแทนเสียเองในเวลานี้ ของโม่ล่างคุนได้ถือเอาว่าตัวเองเป็นพ่อตาของหลง เขียวแล้ว

“เซียวเอ๋อ ลูกเป็นยังไงบ้าง?

“พี่เซียว ฉันคือหรูเฟย พี่สามารถได้ยินหรือเปล่า

คะ?”

แต่ละประโยค เสียงที่เป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างมาก ราวกับเป็นญาติสนิท
ก่งจิ้นเหยียนเดินออกมาจากห้องผ่าตัด การผ่าตัด ระดับสูงที่ติดต่อกันเจ็ดแปดชั่วโมง ทำให้เขาใน เวลานี้รอบดวงตาแดงก่ำ ด้านในลูกตาเต็มไปด้วยสี เลือดที่แดงสด

ถอดหน้ากากอนามัยออก มองเห็นดวงตาเปล่ง ประกายของฉู่ลั่วหานมองตามต่อท้ายหลงเซียว ถัง จิ้นเหยียนก็เดินเข้าไปอย่างสงสารจับใจ “เขาได้พ้น ขีดอันตรายแล้ว ตอนนี้ต้องพักผ่อนเงียบๆ คุณไม่ ต้องเป็นห่วง”

“ขอบคุณนะคะ”

หลงจี๋อก็ผงกศีรษะด้วยเช่นเดียวกัน “ขอบคุณครับ

หมอถัง”

มองดูหลงเซียวถูกเข็นไปที่ห้องไอซียู มองดูฉู่ลั่ วหานถูกทําเหมือนเป็นคนนอกตัดขาดการใกล้ชิด กับหลงเซียวแต่กลับไม่สามารถที่จะช่วยอะไรได้ ไฟโกรธในใจของถังจิ้นเหยียนก็แทบจะอดกลั้นเอา ไว้ไม่อยู่จริงๆ

“ฉู่ลั่วหาน คุณตามผมมา
ถังเหยียนก็ไม่สนใจแล้วว่าตอนนี้คือ

สถานการณ์อะไร ดึงลั่วหานออกมาจากหลง อ แล้วเดินไปทางด้านนอก หลงจื่อมึนงง หันกลับมาพบ ว่าคนหายไปแล้ว

ฉิบ ฝึกวิทยายุทธอะไรมา?

ถังจิ้นเหยียน นี่คุณทำอะไรคะ?”

ในที่สุดก็หยุดฝีเท้าลง เธอได้ถูกถังจิ้นเหยียนดึง ตัวมาถึงระเบียง ขวางเอาไว้ที่ริมรั้วกั้น

นิ้วชี้ของถังจิ้นเหยียนชี้ไปยังทางที่เดินมา ตะคอก ด้วยความโมโหและปวดใจ “ผมอยากรู้ยิ่งกว่าว่าคุณ คิดจะทำอะไร! ท่าทีแบบนั้นที่คนของตระกูลหลง ปฏิบัติต่อคุณ คุณยังพยายามอะไรอีก? ขอเพียงแค่ ท่าทีที่คนของตระกูลหลงมีต่อคุณดีหน่อยผมก็จะไม่ ทำแบบนี้! ฉู่ลั่วหาน คุณเป็นผู้หญิงที่ฉลาดขนาด นี้ ทำไมในด้านความรู้สึกถึงไม่กระจ่าง! คุณเข้าใจ หรือไม่เข้าใจกันแน่ คุณอยู่ที่บ้านตระกูลหลงไม่มี ทางที่จะอยู่รอดต่อไปได้!

ฉู่ลั่วหานเงยศีรษะ น้ำตาไหลลงมา เธอเช็ดเล็ก น้อย ยิ้มขึ้นอย่างขมขื่น “ออกไปจากตระกูลหลงฉันก็จะอยู่รอดต่อไปได้หรอคะ? ฉันคือคนที่ใกล้จะตาย ไวรัสที่อยู่ในร่างกายของฉันได้เลวร้ายลงแล้ว คุณรู้ หรือเปล่าคะ?

ฝีเท้าของถังจิ้นเหยียนอ่อนลงอย่างแรง “ทำไมถึง ไวขนาดนี้?”

น้ำตาที่อยู่บนใบหน้ายิ่งเช็ดยิ่งมาก สุดท้ายก็เลย ไม่เช็คอีกต่อไป “ความเร็วในการจําเริบของเชื้อ ไวรัสเอชไอวีมีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นฐานสุขภาพ ร่างกายของผู้ป่วย พื้นฐานสุขภาพร่างกายของฉัน ก็คงจะเป็นเช่นนี้ ดังนั้น เวลาของฉันไม่มากแล้ว ไม่ นานฉันก็จะปรากฏความเจ็บปวด วูบหมดสติ ฉันจะ ออกจากบ้านตระกูลหลงก่อนหน้าที่จะเป็นเช่นนี้ คุณ รู้ไหมคะ?”

น้ำตาที่รินไหลไม่หยุดของเธอก็เหมือนกับน้ำตา เทียนที่ร้อนระอุหยดลงบนใจเขา ถังจิ้นเหยียนไม่ อาจทนดูได้อีกต่อไป สองแขนยื่นกางออก นำหญิง สาวที่อ่อนแอกอดเข้ามาไว้ในอ้อมแขน

เธอผอมลงไปมาก ดูเหมือนมีเนื้ออยู่ไม่กี่ร้อยกรัม กอดขึ้นมากระดูกที่อยู่บนร่างกายกระทบจนอ้อม กอดของเขาต่างก็เจ็บไปหมด”ไม่ต้องกลัว ลั่วหาน ผ่านช่วงนี้ไปก็จะไม่มีน้ำตา

ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป”

ฉู่ลั่วหาแซบกับอ้อมแขนของเขาร้องไห้อย่างหนัก ขึ้นมา

ถังจิ้นเหยียนลูบไปตามเส้นผมของเธอเบาๆ หลับตาลงอย่างปวดร้าวปานจะขาดใจ แสงสะท้อน จากน้ำตาเอ่อล้นอยู่ในดวงตาที่บวมแดง

“ผมได้เก็บตัวอย่างเลือดของเขาเอาไว้ จะทำการ ตรวจเลือดให้กับเขา รอผลออกมาผมจะบอกกับ คุณ” เสียงที่อ่อนโยนของถังจิ้นเหยียนดังอยู่ที่เหนือ

ศีรษะของเธอ

“ขอบคุณค่ะ”

เขาอุทานออกมาเบาๆ “ผมไม่อยากได้ยินสามคำนี้ ออกมาจากปากของคุณแล้วจริงๆ”

ห้องไอซียู

หยวนชูเฟินเช็ดน้ำตา เช็ดหน้าผากและแก้มให้กับ ลูกชายอย่างร้อนอกร้อนใจ “คุณหมอ เมื่อไรเขาถึงจะฟื้นขึ้นมาได้คะ?”

หมอหวังโค้งคำนับตัวลง “โดยทั่วไปหลังจากผ่าตัด อย่างน้อยที่สุดก็ต้องสามถึงห้าชั่วโมงถึงจะฟื้นขึ้น มาได้ คุณอย่าร้อนใจ การผ่าตัดประสบผลสำเร็จ เป็นอย่างมาก เป็นรองคณบดีของเราลงมือด้วยตัว เอง”

ถังจิ้นเหยียน?

ชู้รักของฉู่ลั่วหาน!

“คุณป้า คุณป้าไม่ได้นอนมาทั้งคืนแล้ว ไปนอนพัก ข้างในสักหน่อยเถอะค่ะ ตรงนี้หนูดูแลก็พอแล้ว” โป หรูเฟยพูดปลอบใจด้วยเสียงที่อ่อนโยน

หยวนชูเฟินพยักหน้า “ยังคงเป็นหรูเฟยที่รู้เรื่องรู้ ราว หนูก็เหนื่อยมากแล้ว รอพยาบาลเข้ามา หนูก็พัก ผ่อนสักหน่อยนะ”

ไม่หรูเฟยพยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย ประคอง หยวนชูเฟินไปยังห้องพักของห้องผู้ป่วยอย่างอ่อนโยนเอาใจใส่

ออกมาอีกครั้ง ฟูเหวินฟางก็เอ่ยขึ้น “ฉันกับพ่อของ แกก็กลับแล้วเหมือนกัน เช้าตรู่ขนาดนี้ทรมานซะ เฟยเฟย สองสามวันนี้แกจะต้องใจเย็นๆแสดงออก ให้ดีๆ เตะฉู่ลั่วหานออกไปจากบ้านตระกูลหลงค่อย ว่ากัน

“วางใจเถอะค่ะแม่ ฉู่ลั่วหานคราวนี้มันตายแน่

ห้องผู้ป่วยเงียบลงมา โม่หรูเฟยกุมมือของหลง เซียวเอาไว้ นิ้วมือที่เรียวยาวไล่ไปตามใบหน้าอัน หล่อเหลาที่มีเค้าโครงชัดเจน เข้าใกล้เขาอย่างใกล้ เคียงกับความโลภ แนบเขากับริมฝีปากของเขาที ละนิดๆ ปรับการเคลื่อนไหวให้บางเบาจูบลงบนริม ฝีปากของเขาอย่างปรารถนาแรงกล้า

มือกุมหัวใจที่เต้นอย่างบ้าคลั่งเอาไว้ โม่หรูเฟยยิ้ม ขึ้นเล็กน้อย นิ้วมือไล่ไปตามเส้นผมของเขาทีละนิดๆ “พี่เขียว พี่ดูสิคะ สุดท้ายคนที่เฝ้าอยู่ที่ข้างกายของ พี่ มีเพียงแค่ฉัน ต่อไป ก็เป็นได้แค่ฉัน ฉู่ลั่วหานผู้ หญิงคนนั้น ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องไปจากพี่”

หลงเชียวได้หมดสติอย่างรุนแรง ยาชาที่อยู่บนร่างกายยังไม่หมดฤทธิ์ สมองแทบจะอยู่ในสภาพที่

ว่างเปล่า

แต่ในจิตใต้สํานึกของเขา กลับมีเงาร่างหนึ่งวน เวียนอยู่รอบทิศทางไม่หยุด เงาร่างนั้นค่อยๆชัดเจน ขึ้นอย่างช้าๆ เขายื่นมือออกไปคว้า กลับบินขึ้นอีก ครั้ง…ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบินขึ้นไปทางด้านบน ท้องฟ้าไม่ยอมหยุด ไกลออกไปเรื่อยๆ

“ลั่วหาน….อย่าไป…ลั่วหาน…


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ