One heart รักเพียงเธอ

ตอนที่ 198 ใช้ประโยชน์จากคนที่ป่วยอยู่



ตอนที่ 198 ใช้ประโยชน์จากคนที่ป่วยอยู่

ตอนที่ 198 ใช้ประโยชน์จากคนที่ป่วยอยู่

“ไม่จําเป็น”

ส่งอานหยีเอากระดาษทิชชูที่ม้วนกลมโยนใส่ถังขยะ จากนั้น ก็หยิบขึ้นมาอีกหลายแผ่น แล้วเอามาหุ้มเอาไว้

“แกดูนี่ แค่ห่อเอาไว้แบบนี้ก็ดีแล้ว” เธอยกมือให้ดู

ถังรั่วชู “…

เห็นชัดว่าเลือดมันไหลเปื้อนกระดาษทิชชู ถังรั่วชูใจคอไม่สู้ ดี จนทำหน้าเข้มขึ้น “ส่งอานหยี เชื่อฉัน ไปให้พยาบาลทำแผล

ให้แกเถอะ”

น้ำเสียงเข้มแถมยังพูดอย่างเอาจริงเอาจังมาก

“ฉัน…”

ส้งอานหยีเหมือนว่าอยากจะพูดอะไร แต่ก็ได้ยินเสียงมีคน เคาะประตู จากนั้นก็ได้ยินเสียงคุ้นเคย

“พี่สะใภ้ ผมมาเยี่ยมคุณ ผมเข้าไปได้ไหม?”

เป็นเสียงของเสิ่นโม่เฟย
“ได้” ถังรั่วชูตะโกนตอบ พร้อมทั้งเหล่ตามองสังอานหยี จน เห็นว่าเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตา สีหน้าปกติ มองไม่เห็นความคิด อ่านในเวลานี้ของเธอเลย

ถังรั่วชูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออกจากนั้นก็หรี่ตาลง

ตอนที่ผลักประตูเข้ามา สายตาก็มองแผ่นหลังเรียวเล็กที่อยู่ ตรงข้ามเขา การแสดงออกดูตะลึงไปชั่วครู่ แต่ว่าก็สามารถ กลับมาเป็นปกติได้เร็ว เขายิ้มให้ถังรั่วชูพลางเอ่ยถาม “พี่ สะใภ้ พี่ชายผมยังไม่ได้มาอยู่เป็นเพื่อนพี่อีกเหรอ?”

“เขาเพิ่งจะไป” ถังรั่วชูยิ้มเล็กน้อย “เขาอยู่เป็นเพื่อนฉันตลอด ตอนบ่าย กลางคืนมีนัดทานข้าว คงไปช้าหน่อย”

เสิ่นโม่เฟยพยักหน้าให้ เดินมาแล้วก็นั่งลงข้างเตียง ทว่า สายตาเอาแต่มองสั่งอานหยีข้างเตียงอีกฝั่งที่กำลังก้มหน้าก้ม ตาอยู่ พลางยิ้มแล้วพูดไปด้วย “ผู้ช่วยสัง คุณมาทำไมไม่บอก ผมสักคำ? ผมจะได้พาคุณมาด้วยกันเลย”

เมื่อได้ยินปากเขาเรียกว่า “ผู้ช่วยส่ง” น้ำเสียงเรียกอย่างเป็น ทางการแบบนี้ ส้งอานหยีถึงกลับขมวดคิ้ว สับสนอยู่ในใจ

“ไม่ต้องรบกวนท่านประธานเสิ่นหรอก” คำตอบของเธอเย็น ชาและดูห่างเหินมาก

เสิ่นโม่เฟยเลิกคิ้วให้ แล้วหัวเราะเยาะให้ตัวเอง
ถังรั่วซูจ้องมองเขา แล้วหันไปมองสังอานหยี พลันรับรู้ได้ ทันทีว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนมันแปลกประหลาดพิกล รู้สึกเหมือนว่าเหมือนทะเลาะอะไรกันมาสักอย่าง

ส้งอานหยีสัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังความหาคำตอบของเธอ อยู่ จนเกิดอาการกระวนกระวายอยู่ในใจ กลัวว่าเธอจะดูออก เลยรีบลุกขึ้นยืน พร้อมทั้งพูดทิ้งท้ายไว้ “ฉันจะไปหาพยาบาล สักเดี่ยว” จากนั้นก็เดินหายไปเลย

เสิ่นโม่เฟยมองเธอที่เดินรีบร้อนออกไป นัยน์ตาปรากฏความ สับสนมากมาย

เธอต้องการที่จะหลบเขาใช่ไหม? ตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามาถึง ตอนนี้ เธอแทบไม่ได้มองเขาเลย ความรู้สึกทำเหมือนมองไม่ เห็นมันทําให้เขารู้สึกไม่สบายใจเอาซะเลย

มันก็แค่เรื่องที่เขามีว่าที่ภรรยาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าเธอ สนใจเรื่องนี้ ความจริงแล้วเขาสามารถขอร้องให้ทุกคนยอม ช่วย เพื่อจะได้ไปพูดกับคุณปู่ หรือว่ายกเลิกการแต่งงาน

พอคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เขาถึงกลับตกใจ พลันรับรู้ปัญหาใหญ่ เข้าให้แล้ว——

เขา….เขายอมยกเลิกงานแต่งงานก็เพราะว่าเธอ

ความคิดบ้าบอมันทำให้เขาตกใจจนต้องสะบัดหน้าไปมา จากนั้นก็สามารถเรียกสติกลับมาได้ แต่ก็เห็นดวงตามีชีวิตชีวาคู่หนึ่งกำลังมองเขาอยู่ด้วยรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“พูดมา คุณกับสังอานหยีมีอะไร?” ถังรั่วซูเริ่มถาม

โธ่เอ๊ย พี่สะใภ้ดูออกจากตรงจุดไหนเหรอถึงได้เห็นว่าเขากับ ส่งอานหยีมีปัญหากันอยู่?

ตกใจเล็กน้อย แต่ว่าก็ยังคงตอบคำถามอย่างปกติ “ผมกับ เธอเหรอ? ไม่มีอะไรนะ”

“เหรอ?” ถังรั่วชูหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์ “เมื่อครู่ที่ส่งอานหยี แอปเปิลให้ฉัน ก็โดนมีดบาดเป็นแผล…

“หนักไหม?”

เธอยังพูดไม่ทันจบ ก็โดนคำถามของเขาพูดแทรกขึ้นมา

ยิ่งเห็นท่าทางดูกังวล ถังรั่วชูถึงกลับฉีกยิ้มด้วยความหมาย ออกมา แต่เสิ่นโม่เฟยยิ้มเขินบริเวณมุมปาก

พอเถอะ ถึงยังไงก็ไม่พ้นสายตาของพี่สะใภ้ไปได้

“ผมชอบเธอ” เสิ่นโม่เฟย ไม่ได้ปิดบังความรู้สึกของตนเอง

“ฉันดูออก” ถังรั่วชูเลิกคิ้วให้ “แต่ว่าฉันประหลาดใจ ทั้งๆ ที่พวกคุณเจอหน้ากันน้อยมาก ทำไมคุณถึงได้ไปชอบเธอได้ ล่ะ? รักแรกพบเหรอ?”

รักแรกพบเหรอ?

เสิ่นโม่เฟยนึกถึงตอนไปเห็นสภาพเธอที่สถานีตำรวจในคืน นั้น ในเวลานั้นเธอดูอ่อนแอมาก อ่อนแอจนเขาปวดใจแทน

หรือว่านี่จะเป็นข้อด้อยของผู้ชายทุกคนมั้ง เมื่อเห็นผู้หญิงที่ อ่อนแอ เลยอยากจะปกป้องเธอขึ้นมา

เขาก็รวมอยู่ในนั้นด้วย

แต่ว่าแค่อยากปกป้อง แต่ไม่ใช่ว่าชอบ

ถ้าพูดเรื่องขอบ ควรจะพูดถึงเรื่องที่มันเกิดขึ้นแล้ว

“ผมกับเธอเกิดเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น” เขาตอบตามความ เป็นจริง

ถังรั่วชูคาดไม่ถึงกับคำตอบแบบนี้ เธอตะลึงอยู่สิบวินาทีถึง ได้สติกลับมา “คุณ…พวกคุณเคย…”

เธอสูดลมหายใจเข้า จากนั้นก็พยายามตั้งสติถาม “เกิดเรื่อง นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
“ตอนที่เธอถูกคนใส่ความแล้วเข้าไปอยู่ในสถานีตำรวจนั่น แหละ”

ถังรั่วชูนึกขึ้นมาได้ว่า คืนนั้นเธอนอนหลับไปแล้ว อู๋ซือจั่นเป็น คนรับโทรศัพท์ จากนั้นสู้ซือจิ่นก็ให้เขาไปประกันสังอานหยี ออกมา

“แม่งเอ๊ย!” ถังรั่วซูหลุดคำด่าออกมา จากนั้นก็สูดลมหายใจ เข้าออก “ทำไมคุณถึงได้ใช้ประโยชน์จากคนที่กำลังป่วย อยู่?”

เธอสามารถจินตนาการหลังจากที่สูงอานหยีมีเรื่องกับหยาง เชียนเชียนกับหานยี่เฉิน เธอคงอ่อนแอหมดเรี่ยวแรง ดังนั้น เลยต้องหาคนมาปลอบโยนมันเป็นเรื่องปกติ

แต่เขาไม่ควร…

“เธอให้ผมดื่มเหล้าเป็นเพื่อนเธอ จากนั้นเธอก็เมา ผมก็ดื่ม หนักไปหน่อย” เสิ่นโม่เฟยพูดอธิบาย

“ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องแก้ตัว” ถังรั่วชูยังคงไม่สามารถยอมรับ กับเรื่องนี้ได้ “ใช้ประโยชน์จากคนป่วยมันก็คือเป็นไปตามนั้น

เสิ่นโม่เฟยเงียบอยู่นาน

เขาเข้าใจดีว่าทำไมพี่สะใภ้ถึงได้โมโหมาก เพราะว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทของเธอ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ใครก็ไม่สามารถ จะรับสภาพนั้นได้

ถ้าไม่ใช่เธอถาม เขาก็ไม่ยอมพูด ส่วนส่งอานหยีไม่มีทาง บอกเธอแน่นอน

มิน่าล่ะเธอรู้สึกว่าสังอานหยีมีเรื่องปิดยัง แต่ว่าทั้งหมดนี่มัน เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ

แต่ว่าตอนนี้ก็รู้แล้ว เธอไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่ ในความรู้สึกของเธอ เรื่องนี้เธอเองก็ต้องรับผิดชอบด้วย

คืนนั้น ถ้าเธอไปที่สถานีตำรวจเอง คงไม่เกิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้น

ถังรั่วชูสูดลมหายใจเข้า จากนั้นก็จ้องมองเสิ่นโม่เฟยที่เอาแต่ นิ่งเงียบ พลางเอ่ยปากถาม “คุณคิดจะทำอะไรต่อ?”

เสิ่นโม่เฟยยักไหล่ แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา “ผมไม่รู้”

ไม่รู้?!

ถังรั่วชูโมโหจัด “แค่คำพูดที่บอกว่าไม่รู้มันสามารถจัดการ เรื่องนี้ได้ไหม? อย่ามาพูดกับฉันนะว่ามันสมัยใหม่แล้ว การที่ ไปนอนด้วยกันมันก็ไม่มีอะไร”
“พี่สะใภ้ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” เสิ่นโม่เฟยยิ้ม อย่างเบื่อหน่าย “ผมไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ผม อยากอยู่กับสังอานหยี แต่เธอไม่ยินยอม”

“ที่เธอไม่ยินยอมก็ถูกต้องแล้ว” ถังรั่ว เอามือกอดอก พร้อม ยิ้มให้อย่างเย็นชา “เพราะว่าคุณมีว่าที่ภรรยาอยู่แล้วนะ โม่ เฟย”

“ผมรู้”

“พูดตามความจริง ก่อนหน้านี้ฉันเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง พวกคุณใกล้ชิดสนิทสนมกัน ฉันก็ยินดี อู๋ซือจิ่นเคยบอกฉันว่า คุณไม่ได้รักว่าที่ภรรยาของคุณ

เสิ่นโม่เฟยไม่ยอมพูดยอมจา พลางก้มหน้าไม่รู้ว่ากำลังคิด อะไรอยู่

ถังรั่วชูหันไปมองเขาอยู่แวบหนึ่ง จากนั้นก็หันศีรษะไปมอง นอกหน้าต่างแทน แผ่นฟ้าดำมืดอยู่ด้านนอก แต่มีไฟดวงดาว ระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้า

เธอกระตุกยิ้มมุมปาก พลางพูดเบาๆ “คนในตระกูลของพวก คุณ เรื่องการแต่งงานมันคงไม่ได้สมดั่งใจปรารถนา แต่ว่าอย่า ลืม ชีวิตเป็นของคุณเอง ความสุขก็เป็นของคุณเองเช่นกัน คุณ มีสิทธิ์ในการใช้ชีวิตไปในทิศทางไหน และก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ ชีวิตกับใครอีกครึ่งชีวิต”
น้ำเสียงอันอ่อนโยนนุ่มนวลของเธอ ลอยเข้าโสตประสาทหู ของเสิ่นโม่เฟย มันทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเอมใจ

ใช่สิ ชีวิตเป็นของเรา ก็เหมือนกับตอนนั้นที่เขาไม่ยอมใช้ ชีวิตด้านการทหารหรือแม้แต่การเมือง แถมยังเลือกที่จะเดิน สายธุรกิจแทน

ความกล้าหาญแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเขามีซะที่ไหนกัน


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ