One heart รักเพียงเธอ

ตอนที่ 196 นี่คุณกำลังเชื้อเชิญผมอยู่เหรอ



ตอนที่ 196 นี่คุณกำลังเชื้อเชิญผมอยู่เหรอ

ตอนที่ 196 นี่คุณกำลังเชื้อเชิญผมอยู่เหรอ

ล่วงเข้าฤดูใบไม้ร่วง ถึงแม้ว่าสภาพอากาศยังคงร้อนระอุอยู่ แต่สายลมที่พัดมายังรับรู้ถึงความหนาวเย็นได้

ถังรั่วชูนั่งอยู่บริเวณหัวเตียง พร้อมทั้งมองหนังสือที่อยู่ในมือ

อย่างเอาจริงเอาจัง

เล่มนี้ส่งอานหยีเป็นคนตั้งใจยืมหนังสือมาให้เธออ่าน แถม ตอนนี้ยังดังมากในอินเทอร์เน็ต และยังเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง

ความจริงแล้วมันก็คือเป็นนิยายเกี่ยวกับท่านประธานจอม

โหดกับสาวใช้

แต่มันสนุกมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นนิยายแบบเดิมๆ แต่ว่าการ เขียนของนักเขียนนั้น ไม่เหมือนเดิม

เธอไม่เพียงแต่หลงใหลคลั่งไคล้แต่หลงรักเต็มเปาเลย

แสงแดดส่งกระทบกับกระจกหน้าต่างสาดส่องเข้ามา

แสงสว่างสาดส่องพื้นจนส่งแสงขึ้นมา สายลมขี้เล่นพัดผ่าน หน้าต่างจนเล็ดลอดเข้ามา พัดผ้าม่านให้ขยับอย่างแผ่วเบา
บริเวณหัวเตียงมีคนกำลังขะมักเขม้นกับการอ่านหนังสือ มุม ปากฉีก มเล็กน้อย สีหน้าอบอุ่นสงบเสงี่ยม

เวลาช่างพอเหมาะ

ยามเมื่อเดินเข้าห้องผู้ป่วย พอลูซือจิ่นเห็นภาพนี้เข้า ในใจ ของเขาผุดคำพูดขึ้นมา

เขาเขย่งเท้าต่อยๆ เขยิบไปหาเขา มุมปากยิ้มอย่างได้ใจ

“เหอะๆ”

เสียงหัวเราะดังออกมาจากปาก ดวงตาสดใสงดงามมีแต่รอย ยิ้ม แถมยังเป็นรอยยิ้มที่กินใจอีกด้วย

แววตาระยิบระยับ เขาเดินไปข้างกายเธอ แต่ไม่กล้าส่งเสียง

เหมือนจะสัมผัสได้ว่าข้างกายมีคนอยู่ ถังรั่วชูหันมามอง สายตาหันเหอย่างทันที สายตาค่อยๆ เงยมองขึ้นด้านบน ก็ เห็นคาง ริมฝีปาก จมูกอันงดงามของเขา สุดท้ายแล้วก็เห็น นัยน์ตาดำขลับที่มีชีวิตชีวาของเขา

รอยยิ้มอันงดงามปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอ พลันมีเสียง เรียกทันควัน “ลูซือจิ่น คุณมาแล้ว”
เขาพยักหน้า “อืม กลัวว่าคุณจะเหงาเลยมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ แต่ว่า…”

สายตากวาดตามองหนังสือที่อยู่ในมือของเธอ พร้อมทั้งพูด แหย่ “ดูเหมือนว่าคุณไม่รู้สึกเหงาเลยนะ”

พูดจบ ถังรั่วซูก็ก้มหัวมองหนังสืออยู่แวบหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้ม ให้พร้อมทั้งอธิบายให้ฟัง “สังอานหยีกลัวว่าฉันเหงา เลยยืม หนังสือมาให้ฉันอ่าน”

“มันสนุกดีนะ” เขาปิดหนังสือ แล้ววางไว้บนตู้หัวเตียงนอน

อู๋ซือจิ่นมองชื่อหนังสือที่อยู่หน้าปก พลางเลิกคิ้วขึ้น

ท่านประธานที่รักกับภรรยาอันงามที่ชอบวิ่งหนี

ชื่อหนังสือแบบนี้ มันช่างบรรยายยากเสียจริง

“อู๋ซือจิ่น คุณมาตอนนี้ งั้นงานล่ะ?”

ถังรั่วชูมองนาฬิกาข้อมือแวบหนึ่ง เพราะว่าตอนนี้มันเพิ่งบ่าย สามกว่าๆ เอง เวลานี้เขาน่าจะอยู่ที่บริษัทไม่ใช่เหรอ?

“มีนักลงทุนมาที่เมืองเป่ยหนิง ตอนกลางวันก็ไปกินข้าวเป็น

เพื่อนกับเขา”
“คงไม่ได้กินถึงตอนนี้ใช่ไหม?” ถึง ว ถามลองใจ

ลูซือจิ่นไม่ได้ตอบคำถาม ได้แต่ยิ้มให้อย่างยอมรับ

“กินอะไรกันถึงได้กินนานขนาดนั้น” เธอบ่นไม่หยุด จากนั้นก็ เอ่ยถาม คุณดื่มเหล้ามาหรือเปล่า?”

“ดื่มมานิดหน่อย” เขาตอบตามความจริง

เธอเม้มปากไว้ จากนั้นก็เขยิบตัว เพื่อให้บนเตียงมีที่ว่าง พลางยื่นมือออกไปตบที่ว่าง “งั้นก็มานอนพักเอาแรงสักหน่อย”

เขาเงยหน้าจ้องมองเธอ พร้อมทั้งฉีกยิ้มบริเวณมุมปาก “คุณ ภรรยา นี่คุณกำลังเชื้อเชิญผมอยู่ใช่ไหมเนี่ย?”

ถังรั่ว ตะลึงสักพัก พลางนึกถึงความหมายของคำพูดของ เขา จนหน้าร้อนผ่าว เธออุตส่าห์ใจดีแบ่งที่ของเธอให้เขาพัก แต่เขากลับ…กลับ….

คิดนอกเรื่อง!!!

ในใจมีแค่ความรำคาญ เธอพ่นคำพูดใส่เขา “เชื้อเชิญคุณ คุณกล้าเหรอ? คุณอย่าลืมนะ….”

ยังไม่ทันพูดจบ ตรงหน้าก็มืดลง ริมฝีปากของเธอถูกริมฝีปากอันอบอุ่นของเขาประกบไร้สนิท

พอกันที ทุกอย่างที่ไม่พอใจในเวลานี้พลันหายไปหมดสิ้น

ใครกันนะที่ให้เธอรักเขาจนหมดหัวใจได้ขนาดนี้?

เธอหลับตาลง พลางใช้มือดึงต้นคอของเขาเอาไว้ พร้อมทั้ง ตอบกลับเขาด้วยการจูบเขาแทน

ด้านนอก ท้องฟ้าแจ่มใส ห่านป่าบินลงทางใต้ยาวเป็นกลุ่ม

ทุกปีบริษัทถางไห่จะจัดงานรางวัลในวงการบันเทิงที่จะจัด ขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ พร้อมทั้งเชิญนักแสดงพร้อมทั้งผู้กำกับ มากมายมาเข้าร่วมด้วย อีกทั้งเชิญนักธุรกิจในเมืองเป่ยหนิง เข้าร่วมงานด้วย

รวมทั้งสายงานของตนเองอีกด้วย

ตอนที่เสิ่นโม่เฟยได้รับบัตรเชิญจากบริษัทถางไห่ในเวลานั้น ก็จัดการขว้างมันลงบนโต๊ะ เรื่องงานแบบนี้ มันก็แค่งานเลี้ยง จอมปลอมเชิดชูกันไปมาเท่านั้นเอง แต่เขาไม่สนใจ

ส่งอานหยีเดินเข้าไปในตัวลิฟต์ พลางก้มหัวมือเอกสารที่อยู่ ในมือ พลางถอนหายใจ ถ้าไม่ใช่ว่าหลีน่าให้เธอเอาเอกสารนี้ไปส่งด้านบน เธอไม่อยากจะมาที่นี่ด้วยซ้ำ——

ห้องทํางานของประธานบริษัท

พอคิดว่าผู้ชายคนที่เขาต้องเจอนั้น หัวใจเธอไม่กลับ กระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก

วันนั้นที่ออกมาจากโรงพยาบาล เขาเป็นคนส่งเธอกลับมา

บ้าน

ตอนถึงบ้าน เธอก็เปิดประตูเพื่อจะลงจากรถ แต่ทำยังไงก็ เปิดประตูไม่ได้

เธอหันไปถามเขา ใครจะไปรู้ว่ากลับถูกเขาดึงเข้าไปกอด แทน จากนั้น…..

เธอยกมือขึ้นมาลูบริมฝีปากตนเอง ความรู้สึกร้อนผ่าวยังคง

แผ่ซ่านอยู่บนริมฝีปาก จนร้อนรุ่มไปถึงหัวใจ

“สังอานหยี” เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้ริมฝีปากแดงสดของเธอ นัยน์ตาเห็นความหมายชัดเจน “เราคบกันเถอะ”

น้ำเสียงของเขาสุขุม แถมยังมีเสียงแหบพร่าชวนน่าหลงใหล

มาด้วย

ความรู้สึกในใจขยับเล็กน้อย เธอกำลังจมปลักอยู่กับนัยน์ตาของเขา ตอนที่เกือบจะตกลงในตอนนั้น โทรศัพท์ของ เขาก็ดังขึ้นมา มันทำลายบรรยากาศในรถไปเสียหมด

เขาปล่อยเธอ พลางก่นด่าอย่างหัวเสีย พร้อมทั้งกดรับ โทรศัพท์

แล้วเธอใช้โอกาสตอนที่เขาไม่ทันระวังตัว ตัวเองเลยจัดการ กดปลดล็อกเอง พร้อมทั้งเปิดประตูรถยนต์แล้วหนีเตลิดไป

แทน

ถ้าวันนั้นไม่มีโทรศัพท์เข้ามา เธอคงตกลงไปแล้วใช่ไหม?

พอเรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว เธอกลับมาคิดดู คิดได้ว่าเขามีว่าที่

ภรรยาอยู่แล้ว ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกินแมลงเข้าไป

จนอยากจะอาเจียนออกมา

พอคิดเรื่องนี้ เธอเม้มริมฝีปากไว้แน่น พร้อมทั้งหรี่ตา ไอ้

ผู้ชายเฮงซวย!

เหมือนกับว่าสามารถเติมพลังให้เต็มที่ได้ เธอสูดลมหายใจ เข้า พร้อมทั้งเดินอ้าวก้าวเข้าไปในห้องทํางานของท่าน ประธาน

เลขานุการจดจําเธอได้ พอได้ยินว่าเธอมาส่งเอกสาร ก็ให้ เธอเดินเข้าไปด้านในเอาเอง

ทันใดนั้น เธอเดินเข้าไปพลางเคาะประตูห้อง จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังออกมา

“เข้ามา”

เธอผลักประตูแล้วเดินเข้ามา ผู้ชายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำกำลัง นั่งพิจารณาเอกสารอย่างตั้งใจ ทั้งๆ ที่ไม่เงยศีรษะขึ้นมาเลย แต่พูดออกมา “เอาเอกสารวางไว้บนโต๊ะก็พอแล้ว”

สั่งอานหยีเดินเข้ามา จากนั้นก็วางเอกสารลงบนโต๊ะ และ เตรียมจะหันตัวออก สายตาก็เผลอมองเห็นบัตรเชิญที่วางอยู่ บนโต๊ะ

สายตาของเธอจ้องมอง จนตาโต นั่นมันคือบัตรเชิญในงาน จัดงานแจกรางวัลของบริษัทถางไห่ในครั้งนี้

เสิ่นโม่เฟยรับรู้ได้ว่าคนที่ส่งเอกสารนั้นไม่ได้เดินออกไป พลางเงยหน้าเพื่อให้เขาได้เดินออกไป แต่พอเห็นว่าเป็นส งอานหยี เขากลับตะลึง จากนั้นก็ยิ้มให้อย่างยินดี “สังอานหยี คุณมาได้ยังไง”

“ฉันมาส่งเอกสาร” ส่งอานหยีตอบอย่างใจลอย สายตายังคง จ้องบัตรเชิญใบนั้นตาเขม็ง

เสิ่นโม่เฟยจ้องมองตามสายตาของเธอ ถึงได้มองเห็นบัตร เชิญที่ตนเองขว้างทิ้งไปอีกทาง จนหัวคิ้วเลิกขึ้น จากนั้นถึงได้ เอ่ยถามเธอ “คุณอยากไปเหรอ?”
ลังอานหยีส่งเสียง “อือ” “นี่มันเป็นงานเลี้ยงในวงการบันเทิง เลยนะ มีทั้งดารานัดแสดงมากหน้าหลายตามาเข้าร่วม

พูดจบ แววตาของเธอมีความกระหายที่อยากจะไปงานนี้

พูดตามความจริง งานเลี้ยงแบบนี้มาสนุกเลยสักนิด นอกจาก การที่ต้องไปรับมือกับบรรดาหญิงสาวที่โง่งั้นพวกนั้นแล้ว แถม ยังต้องแจกรอยยิ้มจอมปลอมให้กับผู้คนโดยรอบ เบื่อมาก

ถ้าเธออยากไป เขายอมลดตัวลงมานิดหน่อยก็ใช่ว่าจะทำไม่

ได้

ทันใดนั้น เขาก็เอ่ยว่า “ผมจะพาคุณไป”

พูดไปตามนั้น สังอานหยีเบิกตาโต พร้อมทั้งจ้องตาเขาอย่าง ไม่อยากจะเชื่อ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ