One heart รักเพียงเธอ

ตอนที่ 167 ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วหรอ



ตอนที่ 167 ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วหรอ

ตอนที่ 167 ฉันอนุญาตให้คุณไปแล้วหรอ

แสงแดดตอนเช้าส่องเข้ามาภายในห้องผ่านหน้าต่าง กระโดดเต้นไปมาบนพื้นอย่างมีชีวิตชีวา

กัดไข่ดาวที่ทอดได้สุกพอดี ถังรั่วชูหันไปมองชายหนุ่มซึ่งอยู่ ตรงข้าม

แสงแดดอยู่ด้านหลังของเขา ทำให้รูปร่างของเขาดูสูงโปร่ง ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นความหล่อที่มากขึ้น

เขาดื่มนมไปด้วย พลางอ่านหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือ ด้วย สีหน้าที่จริงจัง

“เวลากินข้าวก็ต้องตั้งใจกินข้าว อย่าทำอะไรหลายๆอย่างใน เวลาเดียวกัน ระวังอาหารจะย่อยได้ไม่ดีนะคะ”

ถังรั่วชูพูดบ่นด้วยความไม่พอใจ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามได้ฟัง หนังตาของเขาขยับเล็กน้อย จากนั้นอมยิ้มแล้วมองมาที่เธอ

“นี่คือสิ่งที่แม่ของฉันเป็นคนพูดค่ะ” ถังรั่วชูพูดเสริม เอา ผู้ใหญ่มาพูดจะได้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

ลูซือจิ่นพับเก็บหนังสือพิมพ์แล้ววางไว้ด้านข้าง จากนั้นคลายยิ้มเล็กน้อย : “ในเมื่อเป็นสิ่งที่แม่พูด แล้วผมจะไม่เชื่อ ฟังได้ยังไงครับ?”

ถังรั่วซูหรี่ตาลง “คุณกำลังหัวเราะเยาะฉันหรอคะ?”

“ไม่กล้าครับ” ลูซือจิ่นอดไม่ได้ที่ยกมุมปากขึ้น นัยน์ตาสีนิล เปล่งประกาย

ถังรั่วซูมองดูเขาอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นคีบไข่ดาวไปวาง ไว้บนจานของเขา “ไข่ดาวนี้สุกพอดี อร่อยมาก คุณลองกินดู

ก้มหน้ามองดูไข่ดาวที่ทอดได้สีเหลืองทอง เขาเงยหน้าขึ้น มองเธอ เธอมองมาที่เขาด้วยสีหน้าคาดหวัง

จากนั้น เขาจึงหยิบตะเกียบ แล้วคีบไข่ดาวขึ้นมากินหนึ่งคำ

“เป็นยังไงบ้างคะ?” เธอรีบถามขึ้น

เขาชิมรสชาติอย่างพิจารณา นานครู่หนึ่ง สายตาที่เธอมอง มาด้วยความหวังก็พูดขึ้น: “อร่อยมากครับ”

ใบหน้าของเธอค่อยๆเผยความดีใจออกมา เธอยิ้มจนตาหยี จากนั้นพูดอย่างเขินอาย: “ฉันเป็นคนทอดเองค่ะ”

ลูซือจิ่นยิ้มแล้วมองไปที่เธอ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่

“ฉันเป็นภรรยาที่ดีจริงๆ” ถังรั่วชูยิ้มแล้วพูดต่อ

“ครับ คุณเป็นภรรยาที่ดีแล้ว”

ได้รับคํายืนยันจากเขาทำให้รู้สึกดีใจมากกว่าถูกหวยเสียอีก

เธอที่อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ดื่มนมหมดแก้วในครั้งเดียว

“ช้าหน่อย” อู๋ซือจิ่นมองดูเธอด้วยความรักใคร่อย่างเสียไม่ได้

นี่คืออาหารเช้าของพวกเขา เต็มไปด้วยความเสียงหัวเราะ

และความสุข

ทันทีที่ถังรั่วซูเดินเข้าไปในแผนสื่อ เก้าอี้ยังไม่ทันได้นั่งให้ ร้อน ก็ถูกผู้จัดการเรียกให้เข้าพบ

ตอนนั้น เธอขมวดคิ้วเป็นปม ยัยซูเทียนอ้ายคิดอยากจะทํ เรื่องไม่ดีอะไรอีก

“ชูชู แกต้องระวังตัวหน่อยนะ ก่อนหน้านี้ยัยนั่นไม่ได้ไล่แกออก ต้องรู้สึกไม่พอใจมากแน่ๆ ไม่แน่ว่าตอนนี้คิดแผนการ อะไรมาจัดการแกอีก” ส่งอานหยีพูดกำชับด้วยความเป็นห่วง

ถังรั่วชูยิ้มแล้วพูดปลอบเธอ : “วางใจเถอะ ฉันจะทำตาม ความเหมาะสม”

จากนั้น เธอก็หมุนตัวหันหลัง หุบยิ้ม แล้วสายตาก็เปลี่ยนเป็น เย็นชาขึ้นมาในทันที

คนบางคนไม่ทําให้ถึงที่สุด ก็ไม่มีวันตายใจ

ภายในห้องทํางานของผู้จัดการ

ถังรั่วชูยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน และด้านหน้าของเธอ ก็คือ ผู้จัดการซูที่กำลังอ่านเอกสารด้วยความจริงจังซึ่งเป็นคนเรียก

เธอเข้าพบ

นับตั้งแต่เธอมาถึงจนตอนนี้ ซูเทียนอ้ายไม่แม้แต่จะเงยหน้า ขึ้นมองเธอ คล้ายกับว่าเธอไม่มีตัวตน

เหมือนเป็นการแข่งขัน ซูเทียนอ้ายไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอ เธอ เองก็ไม่เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

แต่ว่าดูจากตอนนี้ เธอก็แค่เรียกเธอมาเข้าพบ เพื่อที่จะใช้วิธี นี้ในการทําให้เธออับอายก็เท่านั้น
ถังรั่วซูเม้มกัดปาก มองไปทางซูเทียนอ้ายที่กำลังตั้งใจอ่าน เอกสารด้วยสายตาเย็นชา จากนั้น เธอก็หมุนตัวหันหลัง ก้าว เท้าใหญ่ๆเดินออกไปตรงประตู

“หยุดเดี๋ยวนี้! ”

ขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตู เสียงร้องตะโกนก็ดัง

ขึ้นจากด้านหลัง

รอยยิ้มเย้ยหยันอยู่ตรงริมฝีปาก ถังรั่วซูดึงมือกลับ หมุนตัว แล้วหันไปมองหน้าไม่พอใจของซูเทียนอ้าย

“ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วหรอ?” ซูเทียนอ้ายเอ่ยพูดด้วย

เสียงเย็นชา

ถังรั่วชูหัวเราะในลำคอ”ผู้จัดการซู ฉันงานยุ่งมาก มีอะไรก็

พูดตรงๆ ไม่ต้องมาไม้นี้”

แววตาของซูเทียนอ้ายที่ถูกจับได้เผยความไม่พอใจ เธอมอง ไปที่เธออย่างเหี้ยมโหด จากนั้นก็หยิบเอกสารที่อยู่ด้านข้าง หนึ่งฉบับ วางกระแทกบนโต๊ะอย่างแรง

“ ชีวประวัติพระชายาชิง) จะมีการแถลงข่าว เธอไป สัมภาษณ์

ซูเทียนอ้ายสั่งงานอย่างสั้นๆด้วยความชัดเจน
ถังรั่วชูขมวดคิ้ว “ตอนนี้ฉันเป็นรองผู้จัดการ การสัมภาษณ์ บางอย่างฉันไม่จำเป็นต้องไปด้วยตัวเอง ฉันจะให้นักข่าวที่ ทำงานด้วยไปสัมภาษณ์

“เธอต้องไปสัมภาษณ์ด้วยตนเอง” ซูเทียนอ้ายยืนกราน

“แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ละคะ?

ซูเทียนอ้ายไม่ได้ตอบ เพียงแต่มองนิ่งมาที่เธอ

ไม่สนุกสักนิด! ถังรั่วซูเบ้ปาก จากนั้นเดินไปเอาเอกสารนั้น

ขณะที่เธอกวาดตามองซูเทียนอ้ายนั้น มีความเจ้าเล่ห์ฉาย ผ่านดวงตาของเธอ อยู่ดีๆเธอก็วางมือไว้บนโต๊ะ ขยับตัว เข้าไปใกล้ซูเทียนอ้าย ยกมุมปากขึ้นแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย “ผู้ จัดการซู เรื่องสัมภาษณ์ฉันจะไปด้วยตนเอง เพราะถ้าหากว่า ฉันไม่ไปด้วยตนเอง คุณกับจี้หยินเฟิงและก็กู้รั่วรั่วก็ไม่มีอะไร ให้แสดงแล้ว

สิ้นคำพูดนี้ สีหน้าของซูเทียนอ้ายก็เปลี่ยนไปในทันที

“ผู้จัดการซู บอกกับจี้หยินเฟิงและกู้รั่วรั่วด้วยว่า ฉันขอบคุณ พวกเขามาก ถ้าไม่ใช่พวกเขา ชีวิตของฉันคงน่าเบื่อมาก”

เคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างเหิมเกริม ถังรั่วซูเดินออกไป
ซูเทียนอ้ายโมโหจนตัวสั่น หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลง

อย่างรุนแรง

“ถังรั่วซู!”

เธอเขวี้ยงทุกอย่างบนโต๊ะลงอย่างบ้าคลั่ง

กลับไปถึงแผนกสื่อ ถังรั่วชูโยนเอกสารลงบนโต๊ะอย่างลวกๆ

ส่งอานหยีเห็นแบบนั้น จึงรีบเอาเอกสารมาดู เมื่อพลิกเปิด อ่าน ขมวดคิ้วเป็นปม “แถลงข่าวเปิดกองพบปะสื่อมวลชน

“นี่มันอะไรกัน?” เธอเอ่ยถาม

“งานไง” ถังรั่วซูกางแขนทั้งสองข้างขึ้น

“ซูเทียนอ้ายให้แกไปสัมภาษณ์?”

“ใช่ เธอยังไม่ยอมปล่อยฉันที่น่าสงสาร” ถังรั่วชูหยิบแก้วขึ้น มา แล้วเดินไปยังห้องครัวของบริษัท

” แล้วแกตกลงทำงานนี้แล้วจริงๆหรอ” ส่งอานหยีเดินตามไป
แน่นอน ถ้าฉันไม่ตกลง เรื่องมันก็คงไม่สนุกแล้ว” ”

ถังรั่วซูหยิบกาแฟทรีอินวันออกมาจากลิ้นชัก ฉีกออก แล้วเท ลงไปในแก้ว

แต่ว่า……ถ้าหากเกิดเรื่องกับแกขึ้นมาอีกจะทำยังไง?” สั ” งอานหยีรู้สึกว่าเธอเสี่ยงอันตรายเกินไปแล้ว พวกซูเทียนอ้าย เจ้าแผนการมาก เธอคนเดียวจะรับมือไหวได้ยังไง?

ขณะที่กำลังกดน้ำร้อน ถังรั่วชูใช้ช้อนคนกาแฟในแก้ว

กลิ่นหอมของกาแฟลอยฟุ้ง ถังรั่วชูสูดลมหายใจเข้า “หอมจัง”

ส่งอานหยี: “

เธอเป็นกังวลแทนเธอจะตายอยู่แล้ว ทำไมเธอกลับทำหน้า เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?

ถังรั่วซูชิมกาแฟนหนึ่งอีก จากนั้นพูดขึ้นอย่างช้าๆ : “ในเมื่อ ฉันตกลงทำแล้ว แน่นอนว่ามีวิธีหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่คาดคิดอย่าง แน่นอน”

“จริงหรอ?” ส่งอานหยีไม่เชื่อเท่าไหร่

ดื่มกาแฟอีกหนึ่งอึก “จริงสิ คราวที่แล้วหลังจากที่ฉันถูกฉินมัน ลักพาตัวไป ซือจิ่นก็ไม่สบายใจ เขาก็เลยจ้างบอดี้การ์ด ให้ฉัน”

“บอดี้การ์ด?” สังอานหยีขมวดคิ้ว “ทำไมฉันไม่เคยเห็นมา ก่อน?”

“เพราะว่าพวกเขาอยู่ในที่ลับ จะออกมาก็ตอนที่เจ้านายมี อันตราย”

กาแฟนี้อร่อยมาก ถังรั่วชูหยีตาด้วยความอิ่มเอมใจ

สังอานหยืมองไปรอบๆ ไม่เห็นว่าจะมีคนหลบอยู่ในที่ลับ แต่ ในเมื่อเป็นสิ่งที่ประธานกู้จัดการ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีวันผิดพลาด

“ต่อให้มีบอดี้การ์ดคอยปกป้อง แกก็ต้องคอยระวังตัวให้ดี” ส้ งอานหยีพูดด้วยความไม่วางใจ

“ฉันรู้แล้ว อานหยีที่แสนดีของฉัน” ถังรั่วชูยิ้มแล้วหยิกแก้ม

ของเธอ

“ไปไกลๆ” ส้งอานหยีปัดมือเธอทิ้ง

ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้ม


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ