One heart รักเพียงเธอ

ตอนที่ 165 เพื่อนที่มีชีวิตลำบากไม่ต่างกัน



ตอนที่ 165 เพื่อนที่มีชีวิตลำบากไม่ต่างกัน

ตอนที่ 165 เพื่อนที่มีชีวิตลำบากไม่ต่างกัน

ท่าทีจองหองของเธอทำให้ซูเทียนอ้ายโมโหเป็นอย่าง มาก:”ถังรั่วชู ช่วยทำตัวให้มันดีๆหน่อย รู้ตัวเสียบ้างว่าเธอ กำลังพูดกับใคร! ”

สายตาที่เต็มไปด้วยความโมโหโกรธเคืองจ้องมองมาที่เธอ ถังรั่วซูยกมุมปากขึ้น “การแสดงออกของฉันก็เป็นแบบนี้ คุณ ไม่ให้เกียรติฉัน ทำไมฉันต้องให้เกียรติคุณด้วย”

“ช่างเป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ ถังรั่วชู!”

ซูเทียนอ้ายโมโหจนหัวเราะออกมา จากนั้นหมุนตัวเดินกลับ ไปด้านหลังโต๊ะทำงาน จากนั้นคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะ กดปุ่ม เสียงดังก๊อกแก๊ก

“ตามผู้จัดการฝ่ายบุคคลมา” เธอโทรออกคำสั่งกับคนทางนั้น

จากนั้น “ปั๋ง” เสียงกระแทกโทรศัพท์ด้วยความรุนแรงดังขึ้น

“ถังรั่วชู ตอนนี้ประธานออกไปดูงาน ไม่มีใครสามารถคุ้ม กะลาหัวเธอได้แล้ว”

น้ำเสียงของซูเทียนอ้ายเคล้าไปด้วยความได้ใจอย่างเห็นได้ชัด

“คะ?” ถังรั่วชูเลิกคิ้วขึ้น ยังคงนิ่งเฉย จากนั้นเธอก็พูดขึ้น:ถ้า อย่างนั้นก็คงต้องดูว่าผู้จัดการซูมีความสามารถนั้นหรือเปล่า”

ซูเทียนอ้ายหัวเราะในลำคอ “ถ้าอย่างนั้นเธอก็คอยดูว่าฉันจะ มีความสามารถนั้นไหม”

พวกหรุเสี่ยวหลินทุกคนมองดูถังรั่วชูด้วยความดีอกดีใจ ขอ แค่เธอถูกไล่ออก พวกเขาก็รู้สึกว่าการที่ตนเองถูกตบนั้นมัน คุ้มค่ามาก

“ชูซู ทำยังไงดี?” ส่งอานหยีกลัวว่าเธอจะถูกไล่ออกมากจริงๆ

“วางใจเถิด ยัยนั่นไล่ฉันออกไม่ได้หรอก” ถังรั่วชูตบไหล่ของ เธอเบาๆ

ส้งอานหยีขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าชูชูจะทำหน้าตามั่นใจ แต่ว่าเธอ ก็ยังคงรู้สึกกังวลมาก

ไม่นาน ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็มา

เดินเข้ามาก็เห็นคนยืนเรียงแถวเอาไว้ ทำให้ผู้จัดการฝ่าย บุคคลตกใจ จากนั้นก็รีบเดินไปตรงหน้าซูเทียนอ้าย “ผู้จัดการ ซู พวกคุณคือ…..”
เขาชี้ไปที่คนซึ่งยืนเรียงแถวเอาไว้ จากนั้นมองไปที่ซูเทียน อ้ายด้วยความสงสัย

“สั่งสอน” คำสั้นๆแค่สองพยางค์ก็ปิดกั้นความสงสัยของเขา

ทำสีหน้าจริงจัง ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเอ่ยถามอย่างด้วยความ เคารพ:”ผู้จัดการชู คุณเรียกผมมาที่นี่มีอะไรจะสั่งการหรอ ครับ?”

“ถังรั่วซูทำงานที่บริษัทมากี่ปีแล้ว?” ซูเทียนอ้ายเอ่ยถาม

เมื่อได้ยินว่าถามเกี่ยวกับถังรั่วชู ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็นิ่งค้าง ไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตอบไปตามความจริง: สองปีกับสามเดือน ครับ”

ซูเทียนอ้ายพยักหน้า “ถ้างั้นคุณกลับไปคิดเงินเดือนของเธอ ให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เธอไม่ต้องมาทำงานแล้ว”

“ครับ?” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลไม่ทันได้เข้าใจ

“ฉันบอกว่าไล่ถังรั่วชูออก! “ซูเทียนอ้ายพูดซ้ำด้วยความ

รำคาญ

“แต่ว่า……” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลถูมือไปมาด้วยความลำบากใจ
เมื่อเห็นเขาพูดแล้วหยุดพูดไป ซูเทียนอ้ายก็โมโห “ชักช้าอยู่ ทําไม? ยังไม่รีบไปจัดการอีก”

เผชิญหน้ากับความโมโหของเธอ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลทำได้ เพียงกัดฟันด้วยความกดดัน จากนั้นพูดขึ้น:“ในบริษัทนี้ นอกจากประธานแล้ว ไม่มีใครมีสิทธิ์ไล่ถังรั่วชูครับ”

“อะไรนะ?” ซูเทียนอ้ายคิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย

“ใครเป็นคนพูด?” ซูเทียนอ้ายไล่ถาม

“ประธานเสิ่นเป็นคนเพิ่มข้อนี้ในสัญญาจ้างงานของถังรั่วซู ครับ” ภายใต้สายตามองแรงของซูเทียนอ้าย ผู้จัดการฝ่าย บุคคลพูดเสียงเบาลงเรื่อยๆ

ทั้งๆที่เป็นความผิดของประธานคนใหม่ แล้วทำไมถึงรู้สึกว่า กลายเป็นความผิดของเขาไปได้

ภายในใจของผู้จัดการฝ่ายบุคคลรู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก

ซูเทียนอ้ายกัดฟันกรอด เสิ่นโม่เฟยอีกแล้ว! ! !

ครั้งที่แล้วถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะเขาปรากฏตัวขึ้นมากะทันหัน เธอไล่ถังรั่วชูออกไปจากบริษัทสือรุ่ยตั้งนานแล้ว ตอนนี้กลับ เพิ่มข้อตกลงให้เธออีกหนึ่งข้อ ต้องการที่จะมีปัญหากับเธอ ชัดๆ
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลมองดูสีหน้าหมองหม่นของเธอด้วยความ ระมัดระวัง ทําหน้าเศร้า กลัวว่าตัวเองจะซวยเป็นอย่างมาก

ทางด้านพวกหรุเสี่ยวหลินเมื่อได้ยินคำพูดของผู้จัดการฝ่าย บุคคลแล้วนั้น สีหน้าก็แย่ในทันที พวกเธอมองหน้ากันอย่างไม่ อยากจะเชื่อ เดิมทีเป็นเรื่องที่ต้องถูกไล่ออกอย่างแน่นอน ตอน นี้กลับว่างเปล่า

ฝ่ายพวกเขามีลมกระโชกแรง ทว่าฝ่ายถังรั่วซูและสังอานหยี กลับมีแสงแดดเจิดจ้า อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก

“คิดไม่ถึงจริงๆว่าเสิ่นโม่เฟยเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า”

สำหรับการกระทำของเสิ่นโม่เฟย ทำให้สังอานหยีนับถือเป็น อย่างมาก

ถังรั่วชูปรายตามองไปที่เธอ “แน่นอน ไม่คิดหน่อยว่าเขาเป็น

ลูกพี่ลูกน้องของใคร”

มองดูสีหน้าภาคภูมิใจของเธอ ส่งอานหยีหัวเราะออกมา “จ้า จ้า เป็นลูกพี่ลูกน้องของแกและประธานสู้”

ถังรั่วซูเลิกคิ้ว ยิ้มอย่างเบิกบาน

ความเป็นจริงซือจิ่นบอกเรื่องนี้กับเธอนานแล้ว ดังนั้นเธอก็ เลยกล้าทำแบบนี้กับซูเทียนอ้าย
ตอนนี้ ซูเทียนอ้ายคงจะโมโหจนระเบิดแล้วแน่นอน

“คุณกลับไปทํางานเถอะ” ซูเทียนอ้ายอดกลั้นความโมโหเอา ไว้แล้วพูดกับผู้จัดการฝ่ายบุคคล

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลบานตอบ “ครับ” จากนั้นก็รีบหันหลังหมุน ตัวออกไปโดยไม่รอช้า

เพราะถึงอย่างไร เขาก็อยากออกไปตั้งนานแล้ว

ซูเทียนอ้ายเงยหน้าขึ้นมองถังรั่วชู ถังรั่วชูเองก็มองไปที่เธอ อย่างไม่ยอมแพ้ แววตานั้นดูได้ใจเป็นอย่างมาก

เธอก๋ามือทั้งสองข้างแน่น เม้มกัดฟัน จากนั้นค่อยๆเดินไปตรง หน้าถังรั่วชู

ถลึงตามองดูเธออย่างเยือกเย็น กล่าวพูดด้วยน้ำเสียงเย็น ยะเยือก:”ถังรั่วชู อย่าได้ใจเร็วเกินไป ต้องมีสักวันหนึ่งที่ฉันไล่ เธอออกไปจากบริษัทสือรุ่ย”

ถังรั่วชูคลายยิ้มบางๆ “ฉันจะรอให้วันนั้นมาถึงนะคะ”

ครั้งนี้ ซูเทียนอ้ายก็แพ้ราบคาบ แต่ความเกลียดชังที่มีต่อถัง รั่วชูก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น
ตอนพักเที่ยงเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นขนาดนี้ ทำให้ถังรั่วชูและสั งอานหยีไม่ทันได้กินมื้อเที่ยง

ทำได้เพียงชงมอลต์ดื่มหนึ่งแก้วกับขนมแทนมื้อเที่ยง

“แกว่าเราคงไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้แล้วจริงๆ” สังอานหยี กัดขนมอย่างแรง พูดด้วยความจำใจ

“เป็นอะไรไป?” ถังรั่วชูไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเศร้าแบบนี้

สั่งอานหยีถอนหายใจยาวๆ แขนยื่นพาดเอาไว้บนโต๊ะ “ฉัน คิดว่าปีนี้พวกเราคงดวงซวยมาก ไว้หาเวลาว่างๆไปดูดวงกัน ดู ว่าปีนี้ใช้ปีชงหรือเปล่า”

เมื่อได้ฟัง ถังรั่วชูก็หัวเราะเบาๆ พูดหยอกล้อขึ้นมา:“คิดไม่ ถึงว่าแกจะเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วย”

“ไม่ได้เชื่อ แต่ว่าดวงซวยจนฉันไม่เชื่อไม่ได้แล้ว”

ชูชูถูกว่าที่เจ้าบ่าวหักหลัง จากนั้นก็ถูกคนทำร้ายติดต่อกัน และเธอ ก็ถูกผู้ชายสารเลวหักหลัง พ่อกับแม่ถูกกล่าวหาว่า ทุจริตจนต้องติดคุก”

เมื่อคิดถึงตรงนี้ สังอานหยีหัวเราะเยาะตัวเอง “ชูชู พวกเรา เป็นเพื่อนที่มีชีวิตลำบากไม่ต่างกันเลยจริงๆ”
ถังรั่วชูหัวเราะ “ใช่ เพื่อนที่มีชีวิตลำบากไม่ต่างกัน”

“ไม่ถูกสิ!“ส่งอานหยีนั่งตัวตรง “ชูชู แกต้องโชคดีกว่าฉัน แก ได้เจอกับประธานลู แต่ฉัน ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

ขณะที่พูดถึงตรงนี้ ภาพของผู้ชายคนหนึ่งผุดขึ้นมาในความ คิดของเธอ เธอรีบส่ายหน้าอย่างแรง เพื่อไล่เขาออกไป

จากนั้น เธอก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง น่าตกใจจริงๆ ทำไมไป คิดถึงเขาได้?

ท่าทีแปลกๆของเธอทำให้ถังรั่วชูรู้สึกตลก “แกเป็นอะไรไป? อานหยี”

สั่งอานหยีส่ายหน้า “ฉันไม่ได้เป็นอะไร”

ถังรั่วชูจ้องมองไปที่เธอ เซ้นส์มันบอกกับเธอว่าอานหยีมีเรื่อง ปิดบังเธอและเซียวเซียว แต่ถ้าอานหยีไม่อยากจะบอก พวก เธอก็เลือกที่จะไม่รู้ รอวันที่เธอยอมเปิดใจ

สังอานหยีที่ถูกเธอมองจนรู้สึกร้อนตัว รีบพูดถึงเรื่องที่เมื่อกี้ พูดอยู่:”ชูชู ฉันอิจฉาแกมากจริงๆนะที่แกมีประธานล้อยู่ข้างๆ”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉา
ถังเวชคลาย ม ดวงตาของเธอเปล่งประกาย จากนั้นพูด อย่างมีความหมาย: สักวันหนึ่งต้องมีคนมาคอยปกป้องแก เหมือนกัน”

“จริงหรอ?” สั่งอานหยีฟุบลงบนโต๊ะ แววตาของเธอรู้สึกสังเล ไม่แน่นอน

“ฉันเองก็หวังว่าจะมีวันนั้น” เธอพูดเสียงเบา


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ