My Girl ภรรยาตัวน้อยของผม

ตอนที่ 860 เรื่องล้อเล่น



ตอนที่ 860 เรื่องล้อเล่น

ยามสายของเช้าวันรุ่งขึ้นที่พระอาทิตย์นั้นส่องแสงร้อนแรงอยู่บน ฟากฟ้า ในขณะที่ปาณียังคงลุกจากเตียงไม่ขึ้น แต่ใครบางคน กลับแต่งตัวประณีตและออกไปทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหลือแค่เพียงเธอที่ดูราวกับลูกหมูตัวน้อยกำลังนอนอยู่บน เตียงอย่างโดดเดี่ยว เพื่อฟื้นฟูพละกำลังกลับคืนมา

จนกระทั่งเกือบเที่ยง จันวิภาถึงค่อยชี้ไปยังชั้นบนเงียบๆ และ เอ่ยกับฐิติพร “แม่ เมื่อคืนพวกเขาดุเดือดอะไรกันขนาดนั้นเลย หรือคะ?”

มองดูท่าทีอยากจะซุบซิบนินทาของลูกสาว ฐิติพรอดพยักหน้า รับอย่างเบาๆไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยตำหนิ “ลูกชายเธอโตป่านนี้แล้ว ยังจะมาทำนิสัยซุกซนอยู่อีก! ขนาดกำแพงห้องของน้องชายยัง กล้าฟัง? ไม่กลัวเขาจะทำหน้าบูดใส่หรือยังไง?”

จันวิภานึกถึงธามนิธิตอนมีสีหน้าบูดบึงท่าทางน่ากลัวเป็น อย่างยิ่ง ก็อดตัวลีบขึ้นมาเสียไม่ได้ และเอ่ย “งั้นก็ช่างมันเถอะ ค่ะ! แต่ว่านี่จะเที่ยงวันแล้ว จะไม่ไปเรียกปาณีลงมาทานข้าว หน่อยหรือคะ? เกิดธามนิธิกลับมา คงไม่พ้นถูกธามนิธิตำหนิว่า ไม่ดูแลภรรยาของเขา แบบนี้จะทำยังไงคะ?”

ฐิติพรลังเลชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้า “เธอไปเรียกแล้วกัน! บอก ให้ปาณีลงมาทานข้าว! ถึงแม้ฉันจะดีใจที่ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดี ต่อกัน แต่น้องชายของเธอออกจะไม่รู้จักควบคุมตนเองเกินไปอยู่บ้าง….เฮ้อ. เอาเถอะ เธอไปดูหน่อย ถ้าหากปาณีเหนื่อยมาก จริงๆไม่อยากลงมา ก็อย่าไปบังคับเธอ….

จันวิภาเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างเงียบๆ และหยุดลงหน้าห้องของ ธามนิธิ จากนั้นก็เคาะประตูขึ้นอย่างเบาๆและเอ่ยเสียงเบา “ปาณี ปาณี! ตื่นหรือยัง? มาทานข้าวเที่ยงได้แล้ว วันนี้น้าล่ามุง ตั้งใจทำเมนูไก่ขอทานที่เธอชอบไว้เป็นพิเศษ เธอจะมาทาน หน่อยไหม?”

ปาณี ที่เดิมที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียง พอได้ยินดังนั้นก็รีบ กระโดดขึ้นมา “พี่คะ ฉันกำลังไปค่ะ!”

แต่แค่พอเธอเดินลงจากเตียง ก็พบว่าขาทั้งสองข้างนั้นช่าง อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ทันใดนั้นเธอก็ตะโกนด่าขึ้นไปกลาง อากาศด้วยความโมโห “จอมวายร้าย! ถ้าครั้งหน้านายฉันยัง ยอมให้คุณได้ชัยชนะอย่าเรียกฉันว่าปาณี ตันวิรัช!

ตะโกนจบ ก็พลันนึกขึ้นมาได้อีกว่าคุณอาจะต้องดีใจแน่ที่เธอ พูดแบบนี้ ถ้าหากเธอไม่ใช่ปาณี ตันวิรัช ก็เป็น ปาณี วิสิทธิ์เวช น่ะสิ แบบนี้ไม่เท่ากับเข้าทางเขาพอดีหรอกหรือ?

คิดได้ดังนั้นปาณีจึงเปลี่ยนคำสาบานใหม่ “ถ้าครั้งหน้าฉันยัง ยอมให้คุณได้ชับชนะ ฉันจะตีคุณให้บุบบี้เป็นก้อนไปเลย!

ตะโกนเสร็จ เธอก็รู้สึกเหมือนได้รับพละกำลังกลับคืนมาบ้าง แล้ว จากนั้นจึงเดินลงบันไดไปอย่างทุลักทุเล

เดิมทีเธอใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงที่หมาย แต่ครั้งนี้เธอ กลับต้องใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะเดินไปจนถึงโต๊ะอาหารได้

ยามต้องเผชิญหน้ากับสายตาของฐิติพรและจันวิภา ปาณีแทบ อยากจะแกล้งตาย ให้รู้แล้วรู้รอด ก่อนจะจับท้องของตนและ ตะโกนออกมา “แม่คะ พี่คะ ทานข้าวได้หรือยังคะ? หนูหิวจนจะ เป็นลมอยู่แล้ว!

แน่นอนว่า ฐิติพรรีบตะโกนบอกห้องครัวในทันใด “พี่มุง จัดโต๊ะเถอะ! ปาณีหิวแย่แล้ว!”

พูดจบ เธอก็หันไปเอ่ยเสียงเบากับปาณีที่กำลังนั่งโมโหอยู่ ข้างตน “เธอนี่น้า เอาเถอะ ไม่พูดถึงเธอดีกว่า รอให้ธามนิธิกลับ มา ฉันจะสั่งสอนเขาสักที! ถึงพวกเธอจะยังเป็นคนหนุ่มสาว แต่ก็ ควรรู้จักยับยั้งควบคุมอารมณ์บ้าง!

“แค่กแค่ก… ปาณีที่เดิมเอาแต่พยักหน้าเห็นด้วย พอได้ยินจิต พรพูดจบประโยคเข้าก็สำลักน้ำลายตนเองขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

จันวิภาที่อยู่ด้านข้างหัวเราะอย่างสนุกสนาน และส่งสายตาไป ให้ฐิติพรอยู่ไม่หยุด “แม่คะ พวกเขายังหนุ่มยังสาว ไม่มีปัญหา อะไรหรอกค่ะ ใช่ไหม ปาณี?”

สีหน้าของปาณีเปลี่ยนเป็นแดงขึ้นมาทั้งหน้า

ทันในนั้นธามนิธิก็กลับมาที่บ้านพอดี และมองเห็นปาณีที่มี สีหน้าแดงก่ำ เขาเดินเข้าไปหาเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะ เอ่ยถามอย่างยิ้มๆ “แม่ กำลังคุยอะไรกันอยู่ครับ ถึงได้ครื้นเครง กันขนาดนี้?”
ฐิติพรได้สติกลับมาทันใด “ลูกกลับมาได้พอดี! พวกเรากำลัง พูดถึงลูกกันอยู่? ลูกไม่รู้หรอกว่าปาณีคับอกคับใจขนาดไหน ถึง แม้แม่จะดีใจที่พวกเธอจะพยายามหาหลานมาให้แม่อุ้มเล่น

ทันใดนั้น ปาณีก็รีบลุกขึ้นมาและเข้าไปช่วยคุณอาถือกระเป๋า อย่างกระตือรือร้น หลังจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นชั้นบนไป ทันที

มองเห็นภรรยาตัวน้อยของตนที่จู่ๆก็เขินอายขึ้นมากะทันหัน ธามนิธิเอ่ยกับแม่และพี่สาวของตน “ผมขึ้นไปดูเธอหน่อย อ้อ แม่ และพี่อย่าพูดเยอะเกินไป เธอหน้าบาง รับเรื่องพวกนี้ไม่ไหว หรอก!”

พูดจบ ก็รีบเดินตามขึ้นชั้นบนไปในทันที และมองเห็นปาณีที่ นั่งอยู่ข้างเตียงเอามือปิดหน้าปิดตาอยู่ ท่าทางดูเสียอกเสียใจ

เขาเดินเข้าไปและโอบเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างเป็น ธรรมชาติ หลังจากนั้นจึงเอ่ยถามเสียงนุ่ม “เป็นอะไรไป? กระทั่ง ข้าวก็ไม่กินแล้วหรือ? ไม่หิวหรือไง? เมื่อคืนกิจกรรมของพวก เราออกจะยาวนาน กินแรงไปไม่น้อย…

ได้ยินถึงตรงนี้ ปาณีก็ยืนขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป แต่ เป็นเพราะรีบลุกจนเกินไป ขาที่อ่อนแรงของเธอจึงแทบจะทรุดลง ไปอยู่กับพื้น ยังดีที่คุณอามือไวตาไวคว้าเธอเอาไว้ทัน ไม่งั้นเธอ ได้มีโอกาสไปจูบกับพื้นแน่!

ธามนิธิเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะเห็นว่าใครบางคนกําลังทําตัวราวกับนกกระจอกเทศ เธอยืนอยู่ที่เดินและเอามือปิด หน้าปิดตาไม่ยอมมองใครทั้งสิ้น

เขาเดินเข้าไป ก่อนจะใช้แรงบังคับให้มือของเธอแยกออกจาก กันและเอ่ยหัวเราะ “ไม่เป็นไรหรอกน่า แม่และพี่ล้วนเป็นคนใน ครอบครัว! ยิ่งไปกว่านั้น ถึงปากแม่จะไม่พูด แต่ในใจกลับยินดี ยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น ในเมื่อเรื่องที่เราทำคือการสร้างวิสิทธิ์เวชรุ่น ที่สามที่แม่เอาแต่ฝันถึงทั้งวันทั้งคืนขึ้นมา

ปาณีคร่ำครวญขึ้นมาเสียงดัง “ฉันไม่มีหน้าไปเจอใครแล้ว! อายขี้หน้าจะแย่อยู่แล้ว ไม่สิ ขายขี้หน้าจนแทบจะต้องแทรก แผ่นดินหนีแล้ว!”

ได้ยินเสียงคุณอาหัวเราะอยู่ในลำคอกำปั้นน้อยๆของเธอ ขึ้นมาอย่างไม่พอใจและจะทุบลงไปที่ตัวของเขา แต่ทุบไปตั้ง นานก็คล้ายว่าตัวเขาจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย กลับเป็น เธอที่มือไม้เจ็บไปหมด

เธอเก็บมือกลับมาอย่างโมโหและนั่งลงตรงนั้นอย่างไม่พอใจ

ทีแรก ธามนิธิยังคงยื่นมือไปหยอกล้อเธอเล่นอย่างไม่หยุด แต่ว่าภายใต้การถูกเธอนั้นกลับทำให้ก้นบึงในใจของเขารู้สึก สงบขึ้นมาได้

หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว เขามองดูปาณีที่ยังคงนั่ง โมโหอยู่ข้างเตียงและเอ่ยถามเสียงเบา “ฉันลงไปทานข้าวละนะ! เธอไม่หิวจริงหรือ? ”

ปาณีไล่เขาไปราวกับกำลังต้อนลูกไก่ “ฉันไม่หิว!คุณรีบลงไปทานเถอะค่ะ”

ธามนิธิเดินลงทานข้าวจริง

ส่วนปาณีที่เป็นคนไล่เขาไปกลับรู้สึกใจหายอยู่ลึกๆพร้อมๆกับ ลูบท้องที่ยังคงว่างเปล่าของตนเอง เธอนอนอยู่บนอย่างสร้อยและแอบด่าเขาอยู่คนเดียว ผู้ชายไร้ความ รู้สึกผิดชอบชั่วดี”

ฉุยก็ลอยลืมตาขึ้นทันที และเห็นธามนิธิยืนอยู่ข้างหน้าตัวเองพร้อมกับถาดอาหาร

ทันใดนั้นปาณีก่อนจะหอมลงที่ ก้อมของเขาฟอดหนึ่ง ฉันรักคุณจะแย่แล้ว”

พูดเธอก็รับรับถาดอาหารและไปนั่งลงบนโต๊ะชา ก่อน

ลงมือทานทันที

ธามนิธิยืนอยู่ด้านข้าง คอยเตือนเธออย่างหยุด ช้าหน่อย ไม่มีใครแย่งเธอ ข้างล่างยังอีกนะ

ปาณีกลับเอ่ยขึ้นมาๆอาหารยังปาก “อื้อ ม้แม้ยาง ทาน…

ธามนิธิงงงันชั่วก่อนได้คืนมา เขาเอ่ยถามอย่าง ยิ้มเธอกำลังจะบอกว่า เธอไปแล้ว เพราะแม่ยังทานข้าวอยู่ งั้นหรือ?

ปาณีพยักหน้า
ธามนิธิกอดเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาแล้วพูดพิมพ์“สามีของ เธอยังสามารถเลี้ยงเธอได้ นอกจากนี้ ในท้องของเธอตอนนี้อาจ มีตระกูลวิสิทธิ์เวชรุ่นที่สามอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นไม่ว่าเธอจะกินเท่า ไหร่แม่ก็ไม่รังเกียจหรอก มีแต่จะพยายามยัดเยียดให้เธอกิน เยอะๆน่ะสิไม่ว่า!”

ปาณีจู่ๆก็ลืมเคี้ยวอาหารไปชั่วขณะและนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมๆ กับอาหารที่เต็มอยู่ในปาก

ผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ ธามนิธิถึงค่อยสังเกตเห็นปฏิกิริยาตอบ สนองของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงต่ำ “เป็นอะไรไป? ปาณี กำลัง สําลักอาหารหรือ? อย่าเอาแต่นั่งนิ่งสิ ฉันใจไม่ดี!”

ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ๆ ปาณีถึงค่อยหันกลับไปอย่างเศร้าสร้อย เธอเผชิญหน้ากับคุณอาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาจากกรอบตา “คุณอา ฉัน กำลังท้องแล้วรึเปล่าคะ?”

“ท้อง?”ยังไม่ทันที่ธามนิธิจะได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง ฐิติพรรีบ พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอจับมือของปาณีเอาไว้อย่าง กระตือรือร้นและเอ่ยถาม “ปาณี หนูท้องแล้วหรือจ้ะ?”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ