เสด็จอา ข้าเป็นหวางเฟยของท่าน

บทที่ 1 เกิดใหม่อีกครั้ง



บทที่ 1 เกิดใหม่อีกครั้ง

“ซูหรูชื่อ ซูหรูชื่อ ซูหรูชื่อ….” ท่ามกลางความมืด มีเสียงเรียก ของหญิงสาวดังขึ้นอยู่นาน

นางรู้สึกปวดหัวอย่างยิ่ง ร่างกายของนางคดงอ ไม่เต็มใจ

ขยับเขยื้อน

“ซูหรูชื่อ ซูหรูชื่อ…”เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่ามันส่งมา จากที่ห่างไกล

“คุณคือใคร? ” ซูหรูชื่อลืมตาขึ้นและมองไปที่ความมืดอันไม่มี ที่สิ้นสุดตรงหน้านาง นางรู้สึกสับสนมึนงงราวกับคนเพิ่งกำเนิด ใหม่

“คุณเป็นใคร…” ในความมืด มีเสียงสะท้อนกลับไปมาเป็น

เวลาเนิ่นนานไม่สิ้นสุด

“ฉันเป็นใคร? ” ซูหรูชื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามกับตัวเอง

นางเป็นใคร?

นางคือซูหรูชื่อ

เพิ่งจะอายุเพียง 28 ปี นางก็กลายเป็นถึงสายลับของสำนัก ข่าวกรองแห่งชาติ นางเป็นทั้งสุดยอดในการรวบรวมข่าวกรอง การพรางตัว ความฉลาด และฝีมือการต่อสู้ ทั้งหมดล้วนเป็นที่ หนึ่งจนแทบจะกลายเป็นตำนาน
นางคือซูหรูชื่อ!

นางจําได้แล้ว!

นาง สมควรจะตายไปแล้ว

ในตอนท้ายของการปฏิบัติภารกิจกับมาร์ค เขาหันมายิงใส่ นางเข้ากลางขมับ สติสัมปชัญญะวินาทีสุดท้ายนั้น เขาเอ่ยขึ้น ห้าปีแล้ว ในที่สุดเขาก็ทำภารกิจสำเร็จ สังหารหัวหน้าสายลับ ของหน่วยข่าวกรองลงได้

จากนั้น นางก็ตกอยู่ในความมืดชั่วนิรันดร์

ทีนี่ คือนรกลั้นหรือ?

ไม่ คนที่ทั้งสองมือเปื้อนเลือดอย่างนาง ไม่มีคุณสมบัติที่จะตก

นรก

“ซูหรูซื่อ ซูหรูซื่อ…”

เสียงเรียกยังคงดังขึ้นอย่างช้าๆ และค่อยๆ ดึงนางกลับมา

จากห้วงแห่งความคิด

ประเทศหยุนหยิ่ง พระตำหนักในหลวน

บนพระตำหนักจินหลวนอันตระการด้วยหยกและทองเหนือ บัลลังก์มังกรอันสูงส่ง มีชายอายุมากกว่า 60 ปีผู้หนึ่งกำลังนั่ง อยู่ ร่างของเขาสวมด้วยเสื้อคลุมมังกรสีเหลืองทอง แสดงสถานะอันสูงส่งของเขา ผู้เป็นฮ่องเต้ในปัจจุบัน

ฮ่องเต้มีอายุมากกว่า 60 พรรษา ขมับทั้งสองข้างแซมด้วยสี เทา แต่กลับยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง อีกทั้งยังแฝงด้วยบารมี อันน่าเกรงขาม อันเป็นบุคลิกที่มีมาแต่กำเนิดของผู้เป็นฮ่องเต้

บนสองแถวของพระตำหนักจินหลวน มีชายหนุ่มลักษณะโดด เด่นหลายคนกำลังยืนอยู่ แต่ละคนล้วนสวมใส่เสื้อคลุม มองแล้ว น่าจะเป็นเหล่าท่านอ๋องทั้งหลาย และยังมีหญิงสาววัยเยาว์ หน้าตางดงามอีกหลายคนที่คล้ายจะเป็นองค์หญิงหรือนางสนม ของฮ่องเต้ ใบหน้าของพวกเขาทุกคนล้วนประดับด้วยรอยยิ้มที่ คล้ายกำลังชมเรื่องสนุกอยู่

มีเพียงชายหนุ่มผู้เงียบขรึมในชุดขาวและกำลังนั่งอยู่บนรถ เข็นเท่านั้นที่ดวงตาสงบนิ่งไม่ติ่งไหว

ท่ามกลางพระตำหนักจินหลวน มีตัวละครเอกสองคนคือ ท่าน

อ๋องสี่ซือหม่าซิ่นและพระสนมเอกของเขา ซูหรูชื่อ

อย่างไม่ต้องสงสัย นี่เป็นละครยามว่างฉากหนึ่งของพวกเชื้อ พระวงศ์

“แม่ซูซื่อ มีฐานะเป็นชายาเอกของข้า แต่กลับไร้ความเมตตา ปราณี เอาแต่ใจกระทำความผิดไปมากมาย อีกทั้งวันนี้นางยัง ทำร้ายชายารองหลิวของข้าด้วยจิตริษยา กระทำผิดตามกฎเจ็ด ข้อในการหย่า! อีกทั้งแต่งเข้าจวนอ๋องมาสามปีแต่กลับไร้บุตร สืบทอด ถือเป็นการกระทำผิดตามกฎเจ็ดข้อในการหย่าเช่นกัน อีกทั้งนางยังติดโรคน่ารังเกียจจึงได้มีหน้าตาอัปลักษณ์เยี่ยงนี้ด้วยสามประการนี้ แต่เดิมข้าควรจะหย่าไปนานแล้ว แต่เมื่อเห็น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา จึงได้ยอมอดทน มาวันนี้ข้า มิอาจทนต่อไป จึงได้แต่ต้องมอบหนังสือหย่า! ”

วันที่น้อยผู้หนึ่ง ถือหนังสือและอ่านเนื้อหาด้วยเสียงอัน แหลมคม

“เสด็จพ่อ ลูกเขียนเอาไว้ชัดเจนยิ่งแล้ว สตรีอัปลักษณ์ขี้ขลาด ไร้ประโยชน์นางนี้ ทำให้ข้าอับอายเกินจะทนไหว ได้โปรดรีบ รับสั่งหย่าให้ลูกด้วย!” ชายหนุ่มในชุดแพรเอ่ยด้วยท่าทาง รังเกียจเดียดฉันท์

ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่เบื้องสูงเหลือบมองหญิงสาวที่หมอบอยู่บน พื้น สายตาเปล่งประกายเหยียดหยาม หญิงสาวนางอัปลักษณ์ เบาปัญญา อีกทั้งยังไร้การอบรม เขาพยักหน้าอย่างไร้ร่องรอย แสดงออกว่าตกลง

เขาโบกมือ จากนั้นจึงนวดหน้าผากเบาๆ บ่งบอกว่าตนเบื่อจะ เข้าร่วมในเหตุการณ์แบบนี้

“ข้าเหนื่อยแล้ว ต้องการพักผ่อน”

ฮ่องเต้เอ่ยออกมาเพียงเบาๆ จากนั้นจึงออกจากพระตำหนักจิ นหลวนไปพร้อมกับนางกำนัลกลุ่มใหญ่

ในเวลานี้ หญิงสาวที่คุกเข่าอยู่บนพื้น จู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมาดัง ลั่น นางเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นถึงใบหน้าอัปลักษณ์ ภายใต้น้ำตา ที่ไหลรินลงมาอย่างไม่หยุดยิ่งทำให้นางดูน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม
“ท่านอ๋อง หม่อมฉัน….หม่อมฉันไม่ได้ทำร้าย…หม่อมฉันไม่ loi….” ”

“สตรีอัปลักษณ์! ข้าเห็นเจ้าแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน แค่คิดว่า เจ้าเคยเป็นชายาของข้า ข้าก็ขยะแขยงจะแย่แล้ว! คนหน้าตา อัปลักษณ์เยี่ยงนี้ ไม่สมควรมีตัวตนอยู่ในใต้หล้าเสียด้วยซ้ำ ทำให้ผู้คนต้องเสียสายตา!” สีหน้าของชื่อหม่าซิ่นเต็มไปด้วย ความรังเกียจและดูถูก

คนอื่นๆ ในพระตำหนักในหลวนเองก็พยักหน้าเห็นด้วย

ชายชุดขาวบนรถเข็นเงยหน้าขึ้นเหลือบมองหญิงสาวชุดแดงผู้ อาภัพ สายตาของเขาไม่สะท้อนความรู้สึกใด จากนั้นจึงหลุบตา ลง ราวกับเรื่องนี้สำหรับเขาแล้วไม่มีอันใดน่าสนใจ

ท่าทางของเขาดูสูงส่งราวกับเทพเซียนที่อยู่เหนือใต้หล้า และ มองเหล่าคนอัปลักษณ์ที่กำลังเล่นละครอยู่อย่างเย็นชา

นัยน์ตาของหญิงสาวชุดแดงฉายแววโศกเศร้าเจ็บปวด นาง กัดริมฝีปากแน่น จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้งด้วยความแน่วแน่

ท่ามกลางความมืด ไม่รู้ว่านางรวบรวมความกล้ามาจากหน ใด นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางกล้าหาญได้เช่นนี้

นางกัดฟันแน่น จากนั้นจึงพุ่งเข้าใส่เสาของพระตำหนักจินหล วนอย่างแรง!

ปีง เสียงกระแทกดังขึ้น

ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน ร่างบอบบางของหญิงสาวก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น

เลือดจํานวนมากหลั่งไหลออกจากหน้าผากของนางอาบข้อม ลงบนใบหน้าอัปลักษณ์นั้น

“กรี๊ด….นางตายแล้ว!”

ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดที่ส่งเสียงขึ้นมา จนทำให้ทุกคนได้สติ

“ตาย….ตายแล้ว? ”

ซูหรูชื่อรู้สึกเพียงแค่ว่าตนปวดหัวอย่างยิ่งและถูกดึงไปข้าง หน้าอย่างไม่หยุด จนท้ายที่สุด นางเหมือนจะชนเข้ากับวัตถุบาง อย่าง

“ซูหรูชื่อ! เฮ้! ซูหรูชื่อ! เจ้าอย่าตายนะ! ซูหรูชื่อ? ”

“นี่ นี่จะทำอย่างไรดี? จะอธิบายเรื่องนี้กับซูเฉิงเสียงอย่างไร!

“พี่สี่ ไม่มีลมหายใจแล้ว

เสียงอบด้านยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนนางยิ่งปวดหัวมาก ขึ้นเรื่อยๆ นางรู้สึกปวดร้อนที่หน้าผาก คล้ายว่าจะมีของเหลว อุ่นๆ ไหลลงมาตลอดเวลา

นางสายหัว คิ้วขมวดขึ้นด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย จิตใต้สำนึกของนางพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว “หุบปาก! หนวกหูจะ ตายแล้ว!”

ดวงตาของซูหรูชื่อลืมขึ้น แววตาแฝงความโกรธและรำคาญและกระโดดขึ้นมาด้วยความสยอง

สายตาของนางกวาดมองกลุ่มคนที่อยู่รอบด้าน เมื่อมองดู กลุ่มคนตรงหน้าอย่างชัดเจน นางก็ขมวดคิ้ว ตรงหน้ามีชายหนุ่มสองคนและหญิงสาวหกคน ทุกคนแต่ง

กายด้วยชุดของเชื้อพระวงศ์เต็มยศ ให้กลิ่นอายโบราณอย่างยิ่ง สถานการณ์นี้มันคืออะไรกัน?

กลุ่มคน…..โบราณ?

ซูหรูชื่อที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของกลุ่มคน เหล่านั้น ค่อยๆ ประคองตัวเองลุกขึ้นและพิงเสาของพระตำหนัก จินหลวนเอาไว้

นางสงบลง จากนั้นจึงค่อยๆ มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดๆ

ทะลุมิติ?

นี่เป็นค่าแรกที่นางคิดขึ้นมาได้ในหัว

ปกตินางคงไม่มีทางเชื่อเรื่องเหลือเชื่อพวกนี้แน่ แต่ตอนนี้นาง กลับประสบพบเจอกับมันเข้าให้แล้วจริงๆ

ในสติสัมปชัญญะช่วงสุดท้าย นางถูกมาร์คชายที่นางไว้ใจ ที่สุดฆ่าตาย จากนั้นนางก็ตกอยู่ในความมืดมิด และได้ยินเสียง ของใครบางคนที่กำลังเรียกชื่อนางแล้วนางก็ได้สติขึ้นมา

พอได้สติและลืมตาขึ้นมา ก็พบกับฉากแบบนี้

นางลูบบาดแผลที่หน้าผากของนาง บนหน้าผากมีเลือดไหลลงมาไม่หยุด และเสาหินที่อยู่ตรงหน้านางก็เต็มไปด้วยเลือดสดๆ

อีกทั้งกลางตำหนักนี้ มองดูแล้วโอ่อ่าค่าอย่างยิ่ง และ

ตำแหน่งที่อยู่สูงขึ้นไปในพระตำหนัก ก็มีเก้าอี้มังกรวางอยู่ “พี่สี่ ยังไม่ตาย!” ชายในชุดคลุมสีน้ำเงินกระโดดหนีด้วย ท่าทางสยองขวัญ

“กรี้ด! สตรีอัปลักษณ์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง!” หญิงสาวในชุด สีชมพูมีสีหน้าหวาดกลัว

“อย่า อย่าตกใจ!” ซือหม่าซิ่นกลืนน้ำลาย จากนั้นจึงรีบสงบ สติอารมณ์ของตนเอง และหันไปมองซูหรูชื่อด้วยความโมโห เขา เอ่ยตะคอก “ซูหรูชื่อ! นั่งสตรีอัปลักษณ์ เจ้ารับไม่ได้ที่ขาหย่าเจ้า จนคิดจะใช้ความตายเข้าแลกกั้นหรือ?”

เขาคิดว่าเมื่อครู่ซูหรูชื่อแค่ขาดอากาศไปชั่วครู่เท่านั้นไม่ได้ ตายไปแต่อย่างใด

แค่เพียงพริบตา หางตาของซูหรูชื่อก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะ แค่ พริบตาเดียวเท่านั้น นางก็รวบรวมข้อมูลได้มากมาย

เจ้าของร่างนี้แต่เดิมชื่อซูหรูซื่อ เป็นสตรีอัปลักษณ์นางหนึ่ง อีก ทั้งยังเป็นพระชายาของอ๋องสี่ผู้นี้ เอ่อ พูดให้ถูกต้องตามตรงก็คือ เป็นพระชายาที่เพิ่งจะถูกหย่าไปเมื่อครู่

เป็นเพราะนางทนไม่ได้ที่จะต้องถูกหย่า ดังนั้นจึงวิ่งชนเสาหิน และเสียชีวิตลง ส่วนนาง เป็นเพราะโชคชะตา จึงได้เข้ามาสวม ร่างของนาง โดยบังเอิญ
ดังนั้น – ในเมื่อนางได้เกิดใหม่อีกครั้ง อย่างนั้นก็สมควรมี

ชีวิตอยู่ต่อไป!


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ