สวัสดีประธานาธิบดีที่รักของฉัน

ตอนที่ 257 ความรักที่แท้จริง (7)



ตอนที่ 257 ความรักที่แท้จริง (7)

เซียซิงเฉินเก็บข้าวของ เมื่อเดินออกจากห้องก็เห็นว่าบิดากลับ ไปแล้ว มารดานั่งอยู่บนโซฟา พับเก็บเสื้อเงียบๆ ปอยผม สยายลงมาบดบังไปครึ่งใบหน้า แต่ยังพอเห็นความเศร้าโศก อยู่บ้าง

“แม่”

เงินหมิ่นเงยหน้ามองเธอแวบหนึ่ง ยังไม่ทันเก็บสีหน้าห่อ ** ยวนั่นลงก็พูดเพียง “ทำแผลของเฉิงเสร็จแล้วเหรอ?”

“ลูกทำให้เขาแล้ว เขามีทีมพยาบาล น่าจะไม่มีปัญหา

อะไร…”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี เงินหมิ่นกล่าว “แล้วเขาล่ะ? ลูกเอาเสื้อ เชิ้ตของเขามา แม่จะไปซักส่วนที่เปื้อนเลือดออกก่อนค่อยใส่

“เขากลับไปทางนั้นแล้ว” เซี่ยซิงเฉินพยายามพูดเสียงราบ เรียบ เก็บกล่องปฐมพยาบาลเข้าที่เดิม เงินหมิ่นมองเธอจาก ด้านหลัง “ซิงเฉิน พวกลูกทะเลาะกันหรือเปล่า?”

“เปล่าค่ะ” เซียซิงเฉินไม่อยากให้มารดาต้องกังวลใจจึง สายศีรษะ แล้วพูดเปลี่ยนหัวข้อ “ทำไมพ่อไม่อยู่นานกว่านี้ค่อย กลับล่ะ?”

“พูดอะไรนิดหน่อย พอไม่มีอะไรจะพูดก็ต้องไปสิ
“เขาพูดอะไรกับแม่เหรอ?”

“ก็ไม่มีอะไร…. เงินหมิ่นเก็บเสื้อใส่กระเป๋าเดินทาง ชะงัก ไปชั่วครู่ถึงพูดต่อ “ช่วงนี้เขากับหลี่หลิงอีกำลังทำเรื่องหย่า บอกว่าหลี่หลิง ทำเรื่องผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้ ส่วนราย ละเอียดเขาไม่ได้พูด แม่ก็เลยไม่ได้ถาม

เซี่ยซิงเฉินใจรู้ดี ความผิดนี้ก็คงเป็นเรื่องของตนนั่นเอง มารดาไม่รู้ย่อมดีที่สุด

“แม่ ลูกซื้อเสื้อกันหนาวให้แม่ ถ้าแม่กลับไปบ้านนอก ลูก จะไปเยี่ยมแม่ทุกอาทิตย์เลย

“ไปเยี่ยมครั้งหนึ่งก็เหนื่อยนะ อีกอย่างใกล้จะฤดูหนาว

แล้ว ที่บ้านนอกหนาวจนแข้งขาแข็งไปหมด ลูกคอยคิดถึงแม่ อยู่ทางนี้ก็พอ อ้อ อันนี้

เงินหมื่นยื่นกล่องไม้สลักให้เธอ เซียซิงเฉินรับมันไว้ ปิ่น ปักผมหยกอันนั้น ขณะที่ตกอยู่ในภวังค์ก็พานนึกถึงช่วงเวลาที่ อยู่เมืองเหลียง นึกถึงเขาที่นั่งรถหลายชั่วโมงเพื่อไปหาเธอที่ เมืองเหลียง นึกถึงเขาที่รีบไปโรงพยาบาลทั้งที่ยังไม่ได้นอน เพียงเพราะโทรศัพท์สายเดียวจากเธอ…

หัวใจบีบแน่น

ทุกอย่างนี้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

แต่พอนึกถึงในตอนนี้อีก ทุกอย่างก็คล้ายผ่านมานานแสนนานแล้ว….
“ถึงแม่จะไม่ได้ถามลูก แต่แม่ก็พอจะดูออก ลูกกำลังทะ เลาะกับเฉิง ทั้งสองคนมีอะไรก็เปิดอกคุยกัน อย่าเก็บไว้ใน ใจ รู้ไหม?” เงินหมื่นนิ้วชี้ไปที่ปิ่นปักผมหยกนั่น “ของอันนี้แม่ ให้ลูกไว้ วันหลังลูกก็ให้ตาไป ของพวกนี้เป็นของพวกลูกนะ

เซียซิงเฉินพยักหน้า ไม่ได้ปฏิเสธ

เหมือนคิดอะไรได้ก็ถาม “แม่ คุณแม่ของเขาเคยมาหาแม่

เหรอ?”

“คุณแม่ใคร?”

“คุณหญิงไป ลูกฟังเสียงของเธอแล้วเหมือนจะเคยเจอ แม่นะ แต่ไม่รู้ว่าระหว่างนี้มีอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่า… เมื่อ นึกถึงคำพูดเมื่อคราวนั้นของคุณหญิงไป ทุกคำพูดเต็มไปด้วย ความหมายที่ดูถูกเหยียมหยาม ไม่ว่าจะต่อตนเองหรือต่อ มารดา หากว่ากันปกติแล้วไม่ควรเป็นเช่นนี้

เงินหมิ่นสายศีรษะ “ไม่เคยเจอคุณหญิงอะไรนี่นา ลูกก็รู้ ว่าสุขภาพแม่ไม่ดี ปกติก็มีแค่ไปเดินซื้อผักที่ตลาดกับลูก ใน บ้านตอนที่ลูกไม่อยู่ก็มีแค่เว่ยยังเดินเข้าออก

“ไม่มีเหรอ?” เซี่ยซิงเฉินยิ่งฉงนใจไปกันใหญ่

“คุณแม่เขามาหาเรื่องลูกเหรอ?” เงินหมิ่นถามอย่างเป็น

ห่วง

เซี่ยซิงเฉินหลุดจากภวังค์ สายศีรษะ “ก็ไม่เชิงมั้ง…แค่ บอกว่าอยากจะเจอลูก อยากคุยเรื่องหลานกับลูก ฟังน้ำเสียงจากในสายแล้วคิดว่า…พวกเขาอาจจะอยากได้สิทธิ์เลี้ยงดู

เงินหมิ่นถอนหายใจ “พวกเขามีอำนาจมีบารมี ก็เลยดูถูก สถานะของลูก ใช่ไหม?”

กลัวว่ามารดาจะเสียใจ เซียซิงเฉินแสร้งทำเป็นยิ้มผ่อน คลาย “แม่อย่าคิดมาก สถานะลูกจะโดนดูถูกได้ยังไงล่ะ? คุณ แม่ของลูกเป็นถึงศาสตราจารย์ด้านพฤกษศาสตร์ คุณพ่อก็เป็น นายกเทศมนตรี

เงินหมิ่นลูบใบหน้าเธอไปมา พูดพึมพำเบาๆ “ตอนที่อยู่ โรงพยาบาล ถ้าเจอคนที่ฐานะดีกว่าแม่ล่ะก็…

“แม่ แม่พูดอะไร?” เซี่ยซิงเฉินไม่เข้าใจคำพูดของมารดา เงินหมิ่นสายศีรษะ ความสับสนในแววตากระจายหายไปทันที ทำเพียงแค่ยิ้มบางเบา “ไม่มีอะไร แม่ก็แค่บ่นอะไรนิดหน่อย

เมื่อถึงเวลาบ่าย ขณะที่เซี่ยซิงเฉินถือกระเป๋าเดินทางลง จากตึก พลางเห็นรุ่ยยังยืนรออยู่ข้างล่างแล้ว

“คุณเซีย คุณหญิง” รุ่ยยังเดินขึ้นหน้ารับกระเป๋าเดินทาง

ไปทันที

เซี่ยซิงเฉินมองเขาอย่างตกใจ “ทำไมคุณมาอยู่นี่ล่ะคะ? “ท่านประธานาธิบดีรู้ว่าคุณหญิงจะไป เลยให้ผมมารออยู่ นี่แต่เช้าแล้ว”
หัวใจเซี่ยซิงเฉินวูบไหวครู่หนึ่ง เขาเดินออกไปอย่างเรื่อง โกรธแบบนั้น ไม่คิดว่า…ยังจำเรื่องมารดาได้อยู่ ก็ใช่ ในเมื่อ มารดาเป็นถึงคุณยายของลูก…

“เขายังคงใส่ใจเหมือนเดิม” เป็นหมื่นมองลูกสาวที่ ท่าทางหนักใจแวบหนึ่งแล้วลอบถอนหายใจ

เธอเม้มปากไม่พูดอะไร ปุยถังเก็บกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ เรียบร้อยแล้ว เปิดประตูรถกล่าว “คุณเซีย คุณหญิง ขึ้นรถ เถอะครับ”

หลังจากมารดา

กลับไป เซี่ยซิงเฉินรู้สึกชีวิตตนจู่ๆ ก็

เงียบเหงาขึ้นทันที คืนนั้น ตัวเองอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงคนเดียว นั่งมอง

โซฟาอีกฝั่งอย่างเหม่อลอย หัวใจว่างเปล่า เจ็บปวดมากเหลือ

เกิน

ตลอดคืนนั้นเธอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนของห้องไปเฉิงใหม่

ทั้งหมด เขารักความสะอาด แต่ความจริงใจเธอก็รู้ดีว่าที่ทำ ไปมันเสียเปล่า

ห้องนี้…

เขาอาจไม่กลับมาอีกแล้วก็ได้

เซี่ยซิงเฉินหลับไปทั้งที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟา กลางดึก ตื่นมาเพราะความหนาว จึงกลับไปนอนที่เตียงของตนเอง
วันรุ่งขึ้น

ทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกจากห้องอย่างเร่งรีบ ก่อนจะ ออกไปนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงกลับไปหาหลอดยาในกล่อง ปฐมพยาบาลแล้วเก็บใส่กระเป๋าตน

เพียงแต่ตอนที่เชิญธงขึ้นในช่วงเช้าไม่เจอท่าน ประธานาธิบดี ไม่รู้ว่าวันนี้จะมาที่สำนักงานหรือเปล่า เซียซิงเฉิ นวางยาไว้บนโต๊ะ เผลอเหม่อลอย พลางคิดว่าแผลบนหลังเขา เป็นอย่างไรบ้างแล้ว

เมื่อถึงตอนเที่ยงกลับเจอเหลิงเฟยที่ห้องอาหาร เธอตก ข้าวเสร็จก็ถือถาดอาหารนั่งลงตรงข้ามเหลิงเฟยทันที

“คุณเซีย” เหลิงเฟยยิ้มเอ่ยทักเธอ

“วันนี้ เขามาที่สำนักงานไหมคะ?” เธอกดเสียงต่ำ “คุณหมายถึงท่านประธานาธิบดี

เซี่ยซิงเฉินพยักหน้า

เหลิ่งเฟยดูเวลาแวบหนึ่ง “อีกชั่วโมงหนึ่งเขาคงจะถึง คุณ เซียมีอะไรกับท่านประธานาธิบดีเหรอครับ?

“ที่จริงก็ไม่มีอะไร…” เซี่ยซิงเฉินตักข้าวขึ้นซ้อนหนึ่งแล้ว ส่งเข้าปากเคี้ยวช้าๆ คิดไปคิดมาแล้วถามออกไป “เมื่อวานเขา ได้ไปหาคุณหมอฟูไหมคะ?”

“หาคุณหมอฟู?” เหลิ่งเฟยดูงุนงง เมื่อเข้าใจก็รีบถามอย่างตระหนก “ท่านประธานาธิบดีไม่สบายเหรอ?”

ดูท่าเขาไม่สนใจแผลตัวเองจริงๆ เซียซิงเฉินหยิบหลอด ยาจากกระเป๋าออกมาวางไว้ตรงหน้าเหลิงเฟย “รบกวนคุณ ช่วยเอาอันนี้ให้เขาที

เหลิงเฟยมองแวบหนึ่ง เห็นว่าเป็นหลอดยาทา

“คุณเซียไม่คิดจะให้ท่านประธานาธิบดีด้วยตัวเองเหรอ

ครับ?”

“ไม่ดีกว่าค่ะ” เซียซิงเฉินนึกถึงท่าทางกล่าวโทษตนว่าไป ยุ่งกับเขาก่อนอย่างโกรธเกรี้ยวเมื่อวานแล้วก็พูดเสริมอีก ประโยค “คุณบอกว่ายานี่เป็นของคุณดีกว่า

เหลิงเฟยทำหน้าหนักใจ เช่นนั้นต้องให้ท่าน ประธานาธิบดีเชื่อคำพูดที่เขาแต่งก่อนล่ะ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ