สวัสดีประธานาธิบดีที่รักของฉัน

ตอนที่ 186 เจ้าทุกข์ไป๋เย่ฉิง (2)



ตอนที่ 186 เจ้าทุกข์ไป๋เย่ฉิง (2)

“เขาบอกว่าพ่อของเขาจะแต่งงานกับลูก เป็นเรื่องจริงไหม?

ครั้งนี้ถึงคราวเซี่ยซิงเฉินเงียบ ขณะที่เธอกำลังจนมุม ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี โทรศัพท์ในกระเป๋าพลันแผดเสียงขึ้น ทันที เธอล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมา เห็นเบอร์ที่โชว์เด่น ทราบนหน้าจอก็ชะงักงัน

เงินหมิ่นดูสีหน้าเธอออกจึงถาม “พ่อของเด็กเหรอ?”

“…อืม”

“จะยืนนิ่งอยู่ทำไม ไปรับสายข้างนอกเถอะ”

“อ่า” เชียซิงเฉินหยิบโทรศัพท์เดินออกไปด้วยท่าทาง หนักใจ เดินเข้าไปดูในห้องนอนแวบหนึ่ง เห็นว่าเซียต้าไปยัง คงนอนอยู่ แต่ว่าโทรศัพท์ในมือก็ยังไม่หยุด

สุดท้าย เธอก็รับสายพลางยกมือถือขึ้นมาแนบหู

ทั้งสองเหมือนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร เมื่อสายถูกกดรับ ต่างก็เงียบกันทั้งคู่โดยพร้อมเพรียง

เซี่ยซิงเฉินยืนตากลมเย็นอยู่กลางสวน ข้างหูมีเสียง หายใจของชายหนุ่ม ทำให้เธอรู้สึกบีบอัดในอก

“ทำไม คุณกะจะไม่พูดตลอดเลยเหรอ?” คนเอ่ยปากก่อน คือไปเก๋ฉิง เขาแค่อ้าปากน้ำเสียงก็ไม่เป็นมิตรแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

น้ำเสียงเซี่ยซิงเฉินจึงเริ่มหัวนตาม “เขี่ยต้าไปยังนอนอยู่ คุณวางสายก่อน สายๆ ค่อยโทรมาเถอะค่ะ”

น้ำเสียงของเธอดูไม่ร้อนไม่หนาว ทำให้เขารู้สึกเคืองมาก อีกอย่างอะไรคือให้วางสายก่อน? นี่เธอกำลังสั่งเขา? อีกอย่าง เขาเป็นคนโทรหาเธอก่อน เธอกล้าให้เขาวางสายเหรอ?

เขาข่มอารมณ์ไว้ เมื่อคืนคุณโทรหาผม ผมเพิ่งนึกได้เลย โทรมาถามสักหน่อย…มีธุระอะไร?”

หมายความว่า ถ้าเธอไม่โทรหาเขา เขาก็ไม่ได้คิดถึงเธอ เลย ยิ่งไม่มีทางโทรหาเธอก่อนแน่

“คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้เป็นคนโทร” เทียบกับอารมณ์ คุกรุ่นของเขา เซียซิงเฉินกลับเรียบนิ่งมากกว่า ตอบเสียงใส “ต้าไปเป็นคนโทรไป ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลย เดี๋ยวสายๆ พอเขาตื่น ฉันจะบอกเขาว่าคุณโทรมาแล้ว”

“…” อีกฝั่งของสาย ไปเย่นิ่งไม่ได้ตอบรับ แต่ว่าลมหายใจ

หนักกว่าเมื่อครู่มากอย่างชัดเจน แปลว่า สายเมื่อคืน…เขาคิดไปเองเหรอ?

“คุณยังมีธุระอีกไหม? ถ้าไม่มีฉันวางสายก่อนนะคะ ทางนี้

ฉัน…

ยุ่งมาก เซียซิงเฉินยังไม่ทันได้พูดออกไป อีกฝั่งก็ยังตัด สายเสียก่อน เสียงลมหายใจของชายหนุ่มหายวาบไปจากข้างหูเธอ เหลือเพียงเสียง ตุ๊ดๆ จากโทรศัพท์… เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ค่อยๆ เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วถอน หายใจ

อารมณ์ของเขาบางทีก็แย่มากจริงๆ ไม่รู้ว่าแต่งงานกับส่ง เหวยแล้ว เธอจะทนไหวหรือเปล่า

นึกถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่าตนช่างน่าขำ เธอแค่คนนอกคนหนึ่ง ยังจะสนใจเรื่องพวกนี้อีกเหรอ? จะทนไหวหรือทนไม่ไหว ก็เป็น เรื่องระหว่างพวกเขาสองคนสามีภรรยา ตัวเองจะต้องไปกังวล แทนทําไม?

เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ว่าอารมณ์หม่น ในใจนั้นยัง ไม่สลายไป เธอเงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ในยามเช้า ต้อนรับ วันใหม่อีกวัน แต่ในหัวกลับคิดแต่เรื่องวันแต่งงานของเขากับ ซึ่งเหวย ที่ยิ่งใกล้เข้ามา…

จากนั้นทั้งวันเซียซิงเฉินก็ไม่ได้คุยโทรศัพท์กับไปเย่นิ่งอีก กลางคืนเด็กน้อยหยิบโทรศัพท์ของเธอ โทรหาเขา เซียต้าไปนั่ง อยู่บนฟูก ขณะที่กำลังและเท้าอยู่ก็เล่าเรื่องราวทางนี้กับคุณ ยายแสนใจดีให้เขาฟัง

มีบางครั้งที่เซี่ยต้าไปดึงดันจะให้เธอมาคุยโทรศัพท์ เซีย ซิงเฉินไม่ยอม แต่มือเล็กของเขายกขึ้นพลางแนบโทรศัพท์ติดหู เธอทันที เธอจึงจําเป็นต้องทำ แต่ว่าทันใดนั้น ไม่รอให้เธอได้ พูดไปเฉิงที่อยู่อีกฝั่งก็วางสายไปเสียแล้ว
เด็ดขาดและใจร้าย

คืนนี้…

มีบางอย่างไม่เหมือนเดิม

เซี่ยต้าไปคุยโทรศัพท์กับไปเย่นิ่งอยู่ในห้อง เซียซิงเฉินยืน อยู่ในสวนพร้อมเสื้อคลุม เงยหน้ามองดวงจันทร์ อากาศในหมู่ บ้านเล็กๆ นี้ดีมาก แม้แต่ดวงจันทร์ยังสว่างและกลมมากกว่า ในเมืองเสียอีก

เพียงแต่….

ในยามค่ำคืนเช่นนี้ ยิ่งดูอ้างว่าง หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม พรุ่งนี้คือวันแต่งงานของเขาแล้ว…..

เซี่ยซิงเฉินกระชับเสื้อคลุมบนตัว หันกลับไปมองเด็กน้อย ที่ยังคุยโทรศัพท์อยู่แวบหนึ่ง อาจจะเพราะสองวันนี้ไม่ได้อยู่กับ เสี่ยวไปของเขา เด็กน้อยเลยคิดถึงและอาลัยอาวรณ์เขา มากกว่าปกติ ซึ่งเป็นเช่นนี้ เซี่ยซิงเฉินก็ยิ่งรู้สึกว่ายากจะเอ่ย ปาก

ตนควรพูดกับลูกอย่างไรดี เรื่องที่เกี่ยวไปของเขาจะ แต่งงานกับคนอื่น ในวันพรุ่งนี้แล้ว?

“ทำไมยังยืนอยู่ตรงนี้ ไม่เข้าไปนอนล่ะ?” เงินหมื่นเดิน ออกมาจากห้อง กลัวว่าเธอจะหนาวเลยหยิบเสื้อกันหนาวตัว หนึ่งคลุมไหล่เธอไว้

“เดี๋ยวก็นอนแล้วค่ะ รอให้เจ้าตัวเล็กคุยโทรศัพท์เสร็จก่อน” เซียซิงเฉินพลันนึกอะไรออก จริงสิ แม่ ลูกมีของขวัญลืม ให้แม่

“ของขวัญอะไรเหรอ?”

“แม่กลับไปรอที่ห้องเถอะ ข้างนอกหนาว เดี๋ยวลูกไปหยิบ แล้วจะตามไป

เซี่ยซิงเฉินเอ่ยจบก็หันหลังกลับเข้าห้อง ต้นกล่องไม้อัดที่ ตนเก็บรักษาไว้อย่างดีนั้นออกมา เสี่ยต้าไปยังคุยโทรศัพท์อยู่ เงยหน้ามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะซุกร่างเล็กๆ ลงในผ้าห่ม เซีย ซึ่งเป็นยิ้มให้เขาไปที พลางชี้นิ้วไปทางห้องตรงข้ามจากนั้น ค่อยออกไป

เงินหมิ่นกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาข้างเตียง หลาย ปีมานี้เธอยังคงศึกษาพันธุ์พืชอยู่เสมอ ถึงช่วงนี้เพิ่งเกษียณไป แต่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้ เงินบำเหน็จรวมถึงเงินออม หลายปีของเธอถือว่ายังพอใช้อยู่

“แม่”

“มานั่งนี่สิ” เสินหมิ่นวางหนังสือลง ถอดแว่นออก ตบเข้าที่ ว่างข้างๆ เซี่ยซิงเฉินถือกล่องไม้อัดเดินเข้าไป เมื่อนั่งลงแล้วก็ ยื่นของให้เธอ

“นี่คือ…?”

“พ่อของเด็กบอกว่านี่เป็นของขวัญให้แม่ เขาได้ยินลูก บอกว่าแม่ใกล้ครบรอบอายุห้าสิบปีแล้ว
“ดูเหมือนเขาจะเป็นคนมีน้ำใจนะเนี่ย” เงินหมื่นกล่าว และไม่ได้ปฏิเสธ ใช้เวลาครู่หนึ่งกล่องไม้อัดก็ถูกเปิดออก เมื่อ เปิดดูเงินหมิ่นนิ่งอึ้งไปชั่วพริบตา หันไปมองเชียซิงเฉิน

มองดูปิ่นปักผมหยกที่นอนแน่นิ่งอยู่ในกล่องไม้อัดแล้ว เซี่ยซิงเฉินก็นิ่งอึ้งด้วยเช่นกัน

“แค่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่หยกธรรมดา…” เงินหมิ่นกล่าว

เซี่ยซิงเฉินได้สติกลับมาจึงพยักหน้า ไม่ใช่แค่ไม่ธรรมดา นี่ราคาสูงลิ่วชัดๆ!

เธอรู้จักปิ่นปักผมหยกนี้ ครั้งก่อนเคยเห็นอยู่ในสมุด ประชาสัมพันธ์ของงานประมูลการกุศล หลังจากนั้นได้ยินมาว่า ปิ่นปักผมหยกอันนี้ตกอยู่ในมือรัฐมนตรีไป เธอไม่คิดว่า…เขา จะนำมามอบให้มารดา…

“ลูกบอกเขาเหรอว่าแม่ชอบปิ่นปักผม?” เงินหมิ่นถาม

เซียซิงเฉินส่ายหน้า “เปล่า ลูกไม่เคยบอกเขาเลย แต่ว่า… ก่อนหน้านั้นเขาเคยเห็นรูปตอนสาวๆ ของแม่ ตอนนั้นบนหัว ของแม่ก็มีปิ่นปักผม เขาอาจจะจำไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

เธอมองปิ่นปักผมหยกนั่น ก้นบึ้งของหัวใจก็เกิดความรู้สึก ที่ยากจะอธิบาย…

เงินหมื่นยิ้มไปที “เห็นทีเด็กคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ให้ ของขวัญล้ำค่าขนาดนี้กับแม่ได้ เรื่องเล็กแค่นี้ก็คิดไว้ในใจแทน ลูกแล้ว ดูออกว่าเขาใส่ใจลูกมากเลยนะ ถ้าเขาแต่งงานกับลูกได้จริงๆ ในฐานะแม่คนนี้ก็วางใจแล้วล่ะ

เซี่ยซิงเฉินเจ็บแปลบที่หัวใจ ในใจเต็มไปด้วยความขมขื่น ที่เอ่ยไม่ออก เธออ้าปากอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ว่าในอก กลับบีบรัดแน่น เธอมองปิ่นปักผมหยกนั่นแล้วสุดท้ายก็เอ่ย พิมพา “เขาเป็นคนใส่ใจมากจริงๆ…


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ