สวัสดีประธานาธิบดีที่รักของฉัน

ตอนที่ 169 สองพ่อลูกอาบน้ำ (1)



ตอนที่ 169 สองพ่อลูกอาบน้ำ (1)

คำพูดที่บิดาด่าทอเขาในวันนี้ไม่ได้พูดผิดเลย ห้าปีก่อนเคยได้ เธอมาแล้ว จนถึงทุกวันนี้เขาก็ไม่เคยแตะต้องผู้หญิงอีก ชาย หนุ่มแข็งแรงเลือดร้อนปกติแบบนี้ จะไม่กระหายได้อย่างไร

เซี่ยซิงเฉินได้ยินจึงนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง พอได้สติกลับมา แม้แต่ใบหูก็ยังแดงซ่าน

ดูท่าไปเยฉิงยากจะควบคุมความต้องการ เขาพูดด้วย สีหน้าดุดันอย่างหมดแรง ยังยืนรอให้ผมกินเหรอ ไปทำ กับข้าวสิ ผมจะไปอาบน้ำก่อน

เสร็จจึงเดินเข้าห้องนอนใหญ่ข้างๆ ด้วยสีหน้าถมึงทึง เขารู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในกำมือผู้หญิงคนนี้เต็มรูปแบบแล้ว! วันที่อากาศหนาวแบบนี้ เขายังต้องยอมอาบน้ำเย็นเยือกอีก

เซี่ยซิงเฉินมองแผ่นหลังนั่นแล้วรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ เหมือนมีเถาวัลย์ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พันรัดอยู่กับหัวใจของ เธอจนทำให้หายใจแทบไม่ออก

เธอเปิดไฟให้สว่างทั่วทั้งห้อง ห้องกว้างใหญ่ล้วนมีแสงไฟ สว่างจ้า ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้นก็ไล่ความมืดหม่นในก้นบึ้งของ หัวใจเธอออกไปไม่ได้
เธอหันกลับไปทำกับข้าวที่ห้องครัว เป็นเพราะของทุก อย่างถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ข้าวก็หุงเรียบร้อย เหลือเพียง ผัดอะไรง่ายๆ ไม่กี่อย่าง ดังนั้นแค่ไม่ถึงสิบนาทีก็ทำเสร็จหมด แล้ว

เธอยกกับข้าวขึ้นจัดวางบนโต๊ะอาหารทีละอย่าง สุดท้ายก็ โทรศัพท์หาแผนกต้อนรับของทางโรงแรมจนหาชุด ปฐมพยาบาลในลิ้นชักห้องข้างๆ ได้สำเร็จ

สิบห้านาทีหลังจากนั้น

ไปเยฉิงสวมชุดคลุมอาบน้ำแล้วเดินออกมาจากห้องนอน เดินตรงไปยังห้องอาหาร

กลิ่นหอมตลบอบอวลทั่วห้อง ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขา รู้สึกอบอุ่นและสบายใจ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนมีนิสัยรักความสะอาด เกลียดกลิ่นควันน้ำมันพวกนี้ที่สุดแท้ๆ แต่ทุกวันนี้ เขาไม่ได้ แปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเลย อย่างไรช่วงนี้ก็มี หลายเรื่องที่เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเดินเข้าไปในห้องอาหารก็เห็นกับข้างวางเรียงอยู่บน โต๊ะอย่างเป็นระเบียบ ข้างตะเกียบที่วางอยู่ยังมีพลาสเตอร์ติด แผลเล็กๆ วางอยู่ เป็นแบบมีลายการ์ตูน

ไปเฉิงยิ้มมุมปาก หยิบพลาสเตอร์ติดแผลขึ้นเล่น จาก

นั้นจึงติดลงบนใบหน้าตัวเอง ใบหน้านี้ ถึงแม้ติดพลาสเตอร์ ลายการ์ตูนไปแล้วจะดูน่าตลกมากเท่าใดก็ตาม แต่เขากลับรู้สึกพอใจกับมัน ส่องกระจกที่อยู่ด้านหลังดูสักพักก็รู้สึกว่าแบบ นี้ก็ไม่เลว

มองกับข้าวที่ครบรสบนโต๊ะถึงได้รู้สึกว่าตัวเองหิวมาก เป็นพิเศษ มือหยิบตะเกียบ คืบชิมไปหลายคำ หัวใจอิ่มเอม อย่างบอกไม่ถูก

แต่ว่า…

ทานไปแล้ว เล่า เวลาก็ผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า ห้า นาทีหลังจากนั้นจู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป

เหตุใดในห้องครัวถึงไม่มีเสียงอะไรเลย

“ซิงเฉิน” เขาเรียกไปที่

” ไม่มีเสียงตอบรับ

“เซี่ยซิงเฉิน!” เขาขมวดคิ้ว

แต่ว่าสุดท้ายทั้งห้องก็เงียบสงัด เขาโยนตะเกียบทิ้งแล้ว เดินไปทางห้องครัว ในห้องครัวว่างเปล่า เขาตรวจดูกระทั่งหลัง ประตู ไม่มีคนอยู่

ผู้หญิงคนนี้!

ไปเฉิงสีหน้าเรียบนิ่ง หยิบมือถือที่วางบนโต๊ะแล้วกด

โทรออกทันที

อีกด้านหนึ่ง
เซียซิงเฉินออกจากโรงแรม King เพียงลำพัง ลมหนาวที่ พัดมาทำให้เธอต้องกระชับเสื้อกันหนาวแน่นขึ้นเล็กน้อย การ บริการของโรงแรม King ยอดเยี่ยมมาตลอด เธอเพิ่งยืนอยู่ ตรงหน้าประตูไม่นานก็มีรถรับส่งประจำโรงแรมมาจอดอยู่ตรง หน้าเธอแล้ว

“สวัสดีครับ ต้องการใช้บริการรถรับส่งไหมครับ”

เซียซิงเฉินหลุดออกจากภวังค์ พยักหน้าเล็กน้อย ทันใด นั้นก็มีพนักงานโรงแรมตามมาเปิดประตูรถให้เธอ เธอนั่งลงที่ เบาะด้านหลัง เอียงตัวมอง โรงแรมที่หรูหราราวกับพระราชวัง ด้วยสีหน้าโศกเศร้า แสงไฟระยิบระยับสะท้อนเข้าตาของเธอ แต่กลับกลายเป็นความมืดหม่นที่แสนโดดเดี่ยว ไร้ซึ่งแสงใดๆ

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณจะไปที่ไหนครับ” คนขับรถ ถามอย่างนอบน้อม

เธอหลุดจากภวังค์แล้วบอกที่อยู่ไปเสียงเบา

รถขับเคลื่อนไปตามปกติ เธอจึงตัวกับหน้าต่างรถ มอง ทิวทัศน์ข้างนอกหน้าต่างที่ผ่านสายตาของตน จู่ๆ มือถือก็ดัง ขึ้นมา เธอได้สติกลับมา หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อกัน หนาว บนจอปรากฏชื่อ “เสี่ยวไป เด่นหรา ส่งผลให้ดวงตาเธอ อดร้อนผ่าวขึ้นมาไม่ได้

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ และเพื่อให้ตัวเองทำตัวผ่อนคลายลงสักหน่อย ถึงค่อยกดรับ สายแล้ววางแนบหู
“อยู่ไหน” เสียงทุ้มต่ำของไปเฉิงดังแว่วมาจากอีกฝั่งของ สาย ชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจมาก

“ตอนนี้ฉันอยู่บนรถกำลังกลับบ้านค่ะ

“ลงจากรถ ผมจะให้คนไปรับคุณ!” น้ำเสียงของเขาเอาแต่ ใจอย่างห้ามเธอขัดขืน เซี่ยซิงเฉินรู้นิสัยเขาดี และคาดไว้แล้ว ว่าเขาจะทำแบบนี้ จึงตอบไป “ฉันอยากไปรับลูกมานอนด้วย กันสักคืน ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ได้เจอคุณมาหลาย วันก็เลยถามอยู่ทุกวัน ถ้าฉันไปพาเขามาจะมีปัญหาเหรอคะ? ถ้ามีปัญหา…งั้นฉันไม่ไปรับแล้วก็ได้ค่ะ เดี๋ยวให้คนขับรถจอด ตรงนี้เลย”

ความจริงเซี่ยซิงเฉินแอบคิดไว้แล้ว เพราะใจเธอนั้นชอบ ความรู้สึกเวลาอยู่ด้วยกันสามคน ความรู้สึกเพียบพร้อมและมี ความสุขแบบนั้นไม่มีตอนไหนจะเทียบได้อีกแล้ว เธอคิดถึง ภาพที่ทั้งสามคนยังอยู่ร่วมกันได้ พอเขาแต่งงาน ก็คงไม่มีอีก ต่อไปแล้ว

ครั้งสุดท้ายแล้วสินะ…

ไปเย่นิ่งเงียบไปพักใหญ่ จากนั้นก็เอ่ยปาก แต่น้ำเสียงดี ขึ้นกว่าเมื่อครู่มาก “เดี๋ยวผมจะให้คนไปรอคุณอยู่ใต้ตึก

ที่แท้เธอไม่ได้จะหนีไปไหน

ยามที่เซี่ยซิงเฉินกลับถึงบ้าน ฉือเว่ยยังกำลังเตรียมเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำให้เด็กน้อยพอดี

“อ้าว กลับมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ” พอเห็นเธอคือเว่ยยัง แปลกใจ จากนั้นก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ฉันนึกว่าจะเหมือนเมื่อ วานเสียอีก นึกว่าวันนี้เธอจะไม่คิดกลับมาแล้ว!!

เซียซิงเฉินยิ้มมุมปาก หยิบเสื้อผ้าของเด็กน้อยไปแล้วพูด ว่า “ส่งชุดนอนเขามาให้ฉัน เดี๋ยวฉันค่อยอาบให้เขาเอง

“มีอะไรเหรอ” คือเว่ยยังมองเธอแวบหนึ่ง “ซึมมาอย่างนี้ ไม่ได้กินข้าวเย็นเหรอ?”

“ ” เธอพยักหน้าด้วยใจที่หนักอึ้ง “ไม่ค่อยอยากกินน่ะ”

คือเว่ยยังกลอกตามองบน “ไม่ใช่ว่าฉันจะว่าเธอนะ แต่อยู่ โรงแรมดีขนาดนั้น ห้องครัวระดับมิชลินเลยนะ เธอกลับบอกว่า ไม่อยากกินเนี่ยนะ!

“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันห่อกลับมาให้แล้วกัน

“เธอยังต้องไปอีกเหรอ”

“อืม ฉันมารับลูกน่ะ เขาบ่นอยากเจอพ่อตลอดเลยไม่ใช่ เหรอ” เซี่ยซิงเฉินเรียกเสียงดัง “ต้าไป”

ฉือเว่ยยังรู้สึกเป็นห่วงเล็กน้อย “สถานการณ์ตอนนี้ถ้าเธอ พาลูกไปหาเขา มันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

“ถ้าเขาตั้งใจป้องกันอย่างดีแล้ว พวกนักข่าวต้องตามถ่ายไม่ได้แน่”
“นั่นสินะ ทักษะหลอกล่อของพวกเขามันระดับผู้เชี่ยวชาญ แล้วนี่นา” ฉือเว่ยยังเบาใจ

เซี่ยต้าไปที่สวมสลิปเปอร์ขนฟูวิ่งออกมาเสียงดังตึงตัง เซียซิงเฉินแตะเข้าที่ไหล่เล็กเด็กน้อยเบาๆ “ไปใส่รองเท้า

“ตึกขนาดนี้เราจะไปไหนกันเหรอ”

“เอาแต่โวยวายจะเจอเสี่ยวไปไม่ใช่เหรอ”

เซี่ยต้าไปตาวาว “แม่จะพาผมไปหาเสี่ยวไปเหรอ แต่ว่า….” เอ่ยถึงตรงนี้มือเล็กของเขาก็ยกขึ้นเกาหัว คิ้วน้อยขมวดด้วย ท่าทางเคร่งเครียด “แม่บุญธรรมบอกว่าพ่อกับแม่จะจีบกัน ถ้า ผมไปต้องกลายเป็นก้างตัวใหญ่แน่! เสี่ยวไปจะโยนผมออกไป หรือเปล่า”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ