สวัสดีประธานาธิบดีที่รักของฉัน

ตอนที่ 168 อะไรคือการชอบ (2)



ตอนที่ 168 อะไรคือการชอบ (2)

“คุณเองเหรอ” เสียงง่วงงุนดังขึ้นอีกครั้ง เสียงเธองัวเงียเพราะ เพิ่งตื่น ดูคล้ายกับเด็กเล็กน้อย นุ่มนวลเหลือเกิน

ที่แท้ เธอก็อยู่ตลอด…

หัวใจไปเย่นิ่งเหมือนถูกบางอย่างทุบเข้าอย่างจัง เขา ค่อยๆ โน้มตัวลงเปิดไฟข้างๆ จนเกิดแสงไฟอ่อนๆ ไม่แยงตา

แวบแรกก็เห็นเธอทันที ร่างผอมบางนอนขดเป็นก้อนอยู่ บนโซฟาเหมือนเด็กน้อย ในมือยังกอดหมอนไว้อีกใบ น่ารัก มาก

ผู้หญิงตัวน้อย…

เซี่ยซิงเฉินยังคงนอนอยู่บนโซฟา เมื่อปรับสายตาให้ชิ้น กับแสงไฟได้จึงลืมตาขึ้นเต็มที่ ถึงเพิ่งเห็นว่าไปเย่งยืนอยู่ข้าง โซฟาและกำลังก้มมองเธออยู่ เขาถอดเสื้อคลุมออกแล้ว มี เพียงเสื้อเชิ้ตขาวหนึ่งตัว มือข้างหนึ่งซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง อีกข้างกำมือถือไว้ แขนเสื้อถูกพับขึ้นไปหนึ่งรอบเผยให้เห็น กล้ามแขนอันสวยงาม

ผู้ชายคนนี้ แม้จะสวมแค่เสื้อเชิ้ตขาวธรรมดา ก็ยังทำให้ คนพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ
เธอจ้องมองอยู่อย่างนั้นจนเผลอเหม่อลอย

“มองอะไร” ไปเย่นิ่งโยนมือถือพลางก้มหน้ามองเธอ แล้ว ตาลึกซึ้ง

เซี่ยซิงเฉินก้มหน้างุด ยังดีที่แสงไฟสลัวจึงดูไม่ออกว่า ใบหน้าเธอเห่อร้อนจนขึ้นสี มือรวบผมแล้วรีบลุกขึ้นนั่ง เบน สายตาหนีแล้วถามอย่างเป็นธรรมชาติ “คุณกลับมาตั้งแต่ เมื่อไรคะ ฉันเผลอหลับไปนานเลย

ไป๋เย่ฉิงนั่งลงบนโซฟา เอียงตัวมองเธอด้วยสายตาล้ำลึก ยากจะคาดเดา โซฟาสไตล์ยุโรปถือว่ากว้างมาก สำหรับรูป ร่างอย่างเซียซิงเฉินสักสองคนก็ยังมีที่ว่างอยู่ แต่พอไปเยถึงนั่ง ลงแล้วมองมา กลับทำให้เธอรู้สึกแคบลงถนัดตา

“ทำไมคุณมองฉันแบบนี้ล่ะคะ” ถูกเขาจ้องมองจนทำตัว ไม่ถูก เธอเผลอขยับเข้าด้านในไปอีก ใบหน้างดงามของเขา เลื่อนเข้าใกล้เรื่อยๆ เหมือนไม่รู้สึกถึงความตื่นเต้นของเธอ ร่าง สูงใหญ่เอนลงมาแล้วสอดมือข้างหนึ่งจากด้านหลังเธอ ยันแขน ไว้กับพนักโซฟาด้านหลัง กักขังตัวเธอไว้ไม่ให้เธอมีหนทางหนี

“คุณนอนอยู่ตลอดเหรอ?”

“อืม เหมือนไม่ใช่อย่างนั้นเหรอคะ” เซี่ยซิงเฉินมองเขา อย่างฉงน เหมือนไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงถามคำถามนี้

“ตื่นตั้งแต่เมื่อไรล่ะ”

“เมื่อกี้ไม่ใช่คุณหรือไงที่ปลุกฉัน
ไปเยถึงไม่เอ่ยอะไร ทำเพียงแค่จ้องตาเธอเหมือนกำลัง หาความจริงในคำพูดนั้น

เงียบไปครู่หนึ่งเขาก็พูดว่า “สายที่คุยเมื่อกี้

“ไปโดนอะไรมาคะ” ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ถูกเธอดึง ความสนใจไป นิ้วเรียวของเธอพร้อมทั้งความสนใจของเธอ ต่างก็ตกอยู่ที่รอยแผลเล็กๆ บนใบหน้าเขา นิ้วเธอเย็นเล็กน้อย แต่ยามที่สัมผัสกับผิวของเขา เขากลับรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา ความ ร้อนรุ่มนั่นมาจากสัมผัสบนผิวแล้วแผ่ซึมเข้าทุกอณูในร่างกาย แล้วระเบิดออกจากภายในที่ลึกที่สุดของร่างกาย ระเบิดจน แม้แต่หัวใจยังร้อนรุ่มขึ้นตาม

เขาหายใจติดขัด ก้มมองนิ้วเรียวของเธอ จากนั้นก็เลื่อน สายตาไปที่ใบหน้าของเธอ เหมือนว่าเธอไม่รู้สึกถึงความผิด ปกติของเขา ในขณะนี้ สนใจแต่ใบหน้าของเขา นิ้วอ่อนโยน ลูบไล้ตรงแผลไปมาเบาๆ จากนั้นถึงสบตาเขา “ได้แผลมาได้ ยังไงคะ เจ็บไหม”

ไป๋เย่นิ่งเงียบไปอึดใจจึงพยักหน้า “เจ็บ”

เจ็บบ้าอะไร ถ้าตอนนี้ไปเย่กับเหลิงเฟยอยู่ล่ะก็คงตา ถลนออกหมดแล้ว ตอนที่เขาเคยโดนระเบิดจนมีสภาพย่ำแย่ เช่นนั้นยังไม่เคยร้องเจ็บสักคำ

เซี่ยซิงเฉินขมวดคิ้ว “คุณรอแป๊บหนึ่งนะคะ ฉันจะลองไป ค้นดูว่าโรงแรมมียาทำแผลไหม ตามปกติแล้ว โรงแรมระดับนี้ น่าจะมีครบนะ”
เธอเอ่ยพลางลุกขึ้นใส่รองเท้าแตะ ทว่ายังไม่ทันก้าวเท้า ออกข้อมือก็ถูกฝ่ามืออุ่นร้อนของชายหนุ่มดึงไว้ เธอหันมามอง อย่างฉงน ยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกประทับจูบทันที จูบของชายหนุ่ม มาโดยไม่ได้คาดคิด จากนั้นเขาก็สอดมือประคองท้ายทอยเธอ ไว้ ไม่อนุญาตเธอให้ถอยอีกต่อไป เพียงแค่รุดหน้าประทับ จูบนี้ให้ลึกซึ้งมากขึ้น

จูบนี้ของไป๋เย่ฉิงแฝงไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนจนยากจะ

อธิบาย รวมทั้งความต้องการที่มีมากกว่าเมื่อก่อน ร่างสูงใหญ่

ของเขา และร่างสูงเพียง 165 เซนติเมตรของเธอ ต่อหน้าเขา

แล้วก็ตัวเล็กราวกับเด็กน้อย ถูกเขาโอบกอดจนทั้งร่างแทบฝั่ง

รวมกับตัวเขา เขาหายใจหนักหน่วง ฝ่ามือร้อนได้ลงตามแผ่น

หลังบางทรงเสน่ห์ของเธอ จนกระทั่งวางอยู่บนสะโพก

เอวเธอคอดมาก เขาใช้เพียงมือเดียวก็ล็อกเอวเธอไว้ได้

ความรู้สึกทั้งหมดนั้นทำให้เขาหายใจหนักหน่วงขึ้น รั้ง ร่างอ่อนปวกเปียกของเธอให้แนบชิดกับร่างกายเขาจนไม่เหลือ ช่องว่างใด

เซี่ยซิงเฉินตกใจจนหายใจสะดุด พลันได้สติกลับมาบาง ส่วน เบิกตาโพลงแล้วจึงเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ และเจ็บปวดของชายหนุ่ม ทำให้เธอหวั่นใจจนเนื้อเต้น แทบทน ไม่ให้หลงไปกับวังวนนี้ไม่ได้

แต่ว่าข้างหูกลับมีแต่คำพูดของเขาที่คุยโทรศัพท์ตรงนอก ระเบียงเมื่อครู่
ในเมื่อคุณตั้งใจขนาดนี้ งั้นเลื่อนงานแต่งงานมาเป็นอีก ห้าวันหลังจากนี้ไหม

อีกห้าวันหลังจากนี้ ชายผู้นี้ก็จะเป็นของซ่งเหวยอย่าง

แท้จริง เป็นอย่างที่หนูเจ๋อหนันบอกไว้ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หมั้น เท่านั้น… เธออยากแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร แต่ว่าร่างกายกับ

หัวใจมันหลอกไม่ได้…

“อย่าค่ะ…” หัวใจเจ็บแปลบ จึงคว้าสติเส้นสุดท้ายไว้แล้ว ปัดมือชายหนุ่มออก ไปเย่นิ่งมองเธออย่างล้ำลึก ความสงสัยที่ ถูกปฏิเสธปนกับความทรมานจากการอดทนของร่างกาย ทำให้แววตาที่แต่เดิมนิ่งเรียบของเขามีแววหม่นที่เซ็กซี่และดู ลึกลับฉายชัดขึ้นมา

“ทำไมถึงอย่าล่ะ” ไปเย่นิ่งดูดดึงใบหูของเธอเบาๆ เสียง แหบแห้งคลอเคล้าอยู่ข้างหู เย้ายวนและคลุมเครือ “ทำไมคุณ ไม่อยากได้”

เซี่ยซิงเฉินใจเต้นรัวเหมือนจะหลุดออกจากอกอย่างไร อย่างนั้น แต่ว่ากลับรู้สึกบีบรัดเอกจนเจ็บแทบหายใจไม่ออก

เธอจิกเล็บเข้าที่ฝ่ามือ ผละออกเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะ ห่างกับเขา ใบหน้าเล็กที่ดูสับสน ไม่มีความโศกเศร้า มีเพียง ท่าทางน้อยใจปนน่าสงสาร “จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่ได้ทานข้าว เย็นเลยค่ะ หิวแทบไม่ไหวแล้ว ตอนเที่ยงก็ไม่ได้ทานอะไร เรา ทานข้าวกันก่อนดีไหมคะ”
น้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนกำลังอ่อน

ไป๋เย่ฉิงจ้องมองเธอด้วยแววตาล้ำลึก “ผมก็หิวมาก เหมือนกัน แต่ว่า…ตอนนี้ผมอยากกินคุณมากกว่า”

เซี่ยซิงเฉินกัดปากแล้วมองเขาอย่างน่าสงสาร สายตานั่นทำให้เขารู้สึกว่าหากยังดึงดันจะทำต่อไป ตนก็เป็น สัตว์ป่าต่าทรามชัดๆ!

สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจเหมือนแอบเคืองเล็กน้อยแกมจน ใจ กัดลงบนคอเธอไปที่หนึ่ง “เดี๋ยวรอให้ผมได้คุณก่อน คุณ เตรียมใจไว้ให้ดีเลย ทนได้นานมากเท่าไหน ก็ทำให้ผม กระหายมากเท่านั้น…

คำพูดที่บิดาด่าทอเขาในวันนี้ไม่ได้พูดผิดเลย ห้าปีก่อน เคยได้เธอมาแล้ว จนถึงทุกวันนี้เขาก็ไม่เคยแตะต้องผู้หญิงอีก ชายหนุ่มแข็งแรงเลือดร้อนปกติแบบนี้ จะไม่กระหายได้อย่างไร

เซี่ยซิงเฉินได้ยินจึงนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง พอได้สติกลับมา แม้แต่ใบหูก็ยังแดงซ่าน

ดูท่าไปเย่นิ่งยากจะควบคุมความต้องการ เขาพูดด้วย สีหน้าดุดันอย่างหมดแรง “ยังยืนรอให้ผมกินเหรอ ไปทำ กับข้าวสิ ผมจะไปอาบน้ำก่อน

เสร็จจึงเดินเข้าห้องนอนใหญ่ข้างๆ ด้วยสีหน้าถมึงทึง เขารู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในมือผู้หญิงคนนี้เต็มรูปแบบแล้ว! วันที่อากาศหนาวแบบนี้ เขายังต้องยอมอาบน้ำเย็นเยือกอีก


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ