รักทรหด นายปีศาจสุดร้าย

บทที่ 52 ความเป็นห่วงเบื้องหลังความเมินเฉย และใจดำ



บทที่ 52 ความเป็นห่วงเบื้องหลังความเมินเฉย และใจดำ

บทที่ 52 ความเป็นห่วงเบื้องหลังความเมินเฉยและใจดำ

ด้านหลังมีเสียงเคลื่อนไหวแปลกๆ

“หยุด จะไปไหน?” เสิ่นซิวจิ่นหรี่ตามองท่าทางกลัว หัวหดของหญิงคนนั้น มีความหุนหันพลันแล่นที่บ้าคลั่ง

“ทำงาน” เจี่ยนถงพูดขึ้นอย่างช้าๆ

ทันใดนั้นเอง!

ชายหนุ่มอารมณ์เสียอย่างมาก บนใบหน้าเย็นชา ที่งดงาม มองไม่เห็นอารมณ์ใดๆ ทันใดนั้นก็เอ่ยปาก “ทำงาน? ด้วยร่างกายทรุดโทรมของคุณในตอนนี้เหรอ?” ยัยคนเนรคุณ เอาแต่คิดเรื่องเงิน เพิ่งหนีความตายมาได้ ลืมตามาก็คือเงิน นอกจากเงิน ยังมีอะไรที่เธอให้ความ สำคัญอีก?

อ๋อ…..ผิดแล้ว!

ยังมีลู่เชน!
สู่เชนที่ยังโดนเธอรบกวนระหว่างที่นอนหลับคนนั้น!

“ถ้าไม่มีธุระอะไร งั้นประธานเสิ่น ฉันไปทำงานก่อน นะ” เธอยังคงเป็นแบบนั้น ท่าทางกลัวหัวหด ทำหลังค่อม กระดูกสันหลังนั้นราวกับมันไม่มีวันตรงตลอดไป ในสาย ตาเสิ่นซิวจิ่น รู้สึกถึงความโกรธที่อธิบายไม่ได้ และมี ความ…ยใจเล็กน้อยที่ถูกเธอเมินเฉยอย่างจงใจ

ทำงาน ทำงาน ชอบทำงานขนาดนี้….…….

“โอเค มีพนักงานที่ขยันขันแข็งแบบคุณ เป็นโชคดีของ เจ้านายอย่างฉัน ในเมื่อคุณรักงานของคุณขนาดนี้ งั้นใช้ ความขยันขันแข็งของคุณ ภายในหนึ่งเดือนนี้ทำงานให้ ได้ห้าล้านแล้วกัน”

เจี่ยนถงรู้สึกจะเป็นลมอีกครั้ง หันศีรษะไปมองชายที่นั่ง โซฟาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ถามขึ้นด้วยความสั่น

“ประธานเสิ่นอยากให้ฉันโอนเงินห้าล้านไปยังบัญชี ธนาคารนั้นภายในหนึ่งเดือนเหรอ?”

เสิ่นซิวจิ่นไม่ได้ตอบคําถามเธอ แค่ยิ้มเยาะโบกมือปัด “ไปทำงานเถอะ ฉันเชื่อใจคุณ คุณเป็นพนักงานที่ดี” เขา ถึงขนาดให้กำลังใจเธอด้วย “ทำงานสู้ๆ ฉันมั่นใจในตัว คุณ”
การเสียดสีอันเปลือยเปล่า ใบหน้าเงี่ยนถงเป็นสีเทา ซีดเซียว ริมฝีปากสั่นระริก เธอลืมตาขึ้นมองคนคนนั้น อย่างตั้งใจ ดูเหมือนในดวงตาเธอไม่มีสิ่งอื่น มีแค่คนคน นั้น ค่อยๆ อ้าปาก ขยับสักพัก แต่สุดท้าย…..เธอก็ไม่ได้ พูดอะไร รวมถึงคำพูดขอความเมตตา

“ฉันรู้แล้ว ประธานเสิ่น” ทิ้งประโยคนี้ไว้อย่างเงียบๆ ภายใต้การจ้องมองดวงตาสีดำคู่นั้น เจี่ยนถงเดินเข้าไป ในลิฟต์

ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง ชายที่อยู่บนโซฟา ใบหน้าเย็น ขาก็กลายเป็นมีรอยยิ้มเปื้อนเลือดทันที……ก่อนหน้านี้ ยังคุกเข่าขอความเมตตาโดยไม่ขยับไปไหน แต่ตอน นี้แม้แต่ประโยคนุ่มนวลก็ขี้เกียจที่จะพูดแล้ว และการ เปลี่ยนแปลงนี้ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ที่เธอเจอลู่เซน

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ตรวจสอบลู่เชน” ทิ้งคำพูดสั้นๆ สามคำให้ปลายสาย เสิ่นซิวจิ่นก็ตัดสาย จับโทรศัพท์ไว้ ในฝ่ามือ ทันใดนั้นก็เขวี้ยงมันใส่โทรทัศน์หน้าจอ LCD อย่างแรง!

หลังจากนั้นสักพัก เครื่องรับส่งวิทยุที่ทางเข้าลิฟต์ก็ดัง ขึ้น เสิ่นซิวจิ่นก็กดรีโมทคอนโทรลทั้งบ้านในมือ เสิ่นยี ในเครื่องรับส่งวิทยุก็พูดขึ้น “Boss คุณไป์ให้คนมาส่งยา ตอนนี้จะให้เอาขึ้นไปไหมครับ?”
“นายส่งไปที่ซูเมิ่งทันที ให้เธอเอาให้ผู้หญิงคนนั้น” พูด จบ ขณะที่เตรียมจะวางสาย ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นได้ จึง เพิ่มไปอีกประโยค “อย่าพูดถึงฉันให้ผู้หญิงคนนั้นฟัง”

เงินยีตอบรับ เสิ่นซิวจิ่นคิดสักพัก “หลังจากนายเอายา ไปส่งให้ซูเมิ่ง ก็รีบตรวจสอบทันที เรื่องในห้องส่วนตัว ของตู้ลื่ฉุนในวันนี้ ฉันต้องการรายละเอียด ห้ามพลาด รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ต้องรู้เรื่องทั้งหมด”

“ครับ Boss

“นายไปเถอะ”

เสิ่นยีเคาะประตู ได้ยินเสียง “เชิญเข้ามา” ก็ผลักประตู

เข้าไป

ซูเมิ่งแปลกใจ “คุณมาได้ไง?” เพิ่งถามออกไป ซูเมิ่ง ฉลาด จึงเข้าใจทันที “ประธานเสิ่นมีคำสั่งอะไรเหรอ?”

เสิ่นยีเอายาในมือวางไว้บนโต๊ะซูเมิ่ง “ให้คุณเงี่ยนกินให้ ตรงเวลา”

“ยาลดไข้เหรอ?” ซูเมิ่งมองซองยาบนโต๊ะ “คุณรู้ได้ไงว่าเงี่ยนถงเป็นไข้?”

เสิ่นยีขมวดคิ้วเล็กน้อย วินาทีต่อมาก็สงบเยือกเย็น “แล้วคุณรู้เรื่องที่คุณเงี่ยนเป็นไข้ได้ยังไง?

“วันก่อนตอนเธอเลิกงานติดฝนตอนกลับ กลับไปก็ไม่ สบาย เวียนหัวและล้ม บนหน้าผากมีแผลขนาดใหญ่มาก ฉันไม่ได้ตาบอดก็ต้องเห็นมัน”

“ในเมื่อคุณรู้ว่าคุณเงี่ยนไม่สบาย ทําไมไม่อนุญาตให้ เธอลาพัก?”

“คุณพูดได้น่าสนใจ คุณจะบอกว่าฉันเอาเปรียบเงี่ยนถง รังแกเจี่ยนถงเหรอ?” ซูเมิ่งกลอกตา “ยัยโง่นั่น ต้องให้ฉัน รังแกไหม? เจี่ยนถงใจเธอมีแต่เงิน คุณอย่าบอกว่าคุณ ไม่รู้เรื่องที่ Boss พูดเรื่องเงินห้าล้านกับเจี่ยนถง ตอนนี้ เธอทำงานหนักสุดชีวิตเพื่อเงินห้าล้านนี้”

ร่างกายยังไม่หายดี ด้ายยังอยู่บนหน้าผากเลย ก็รีบ กลับมาที่ตงหวงแล้ว ถามฉันว่ามีงานอะไรให้ทำหรือไม่

“คุณเลยจัดเตรียมงานเสี่ยงตายแบบนั้นให้เธอเหรอ?”

ถ้าซูเมิ่งฟังไม่ออกถึงคำพูดลึกลับ เธอก็ถือว่าเป็นคนที่ ใช้ชีวิตไปวันๆ ในเมือง S แล้ว คิ้วสวยขมวด “เดี๋ยวก่อน งานเสี่ยงตาย? คุณหมายถึงอะไร?”
เจี่ยนถงรีบกลับมาตงหวงสุดชีวิต ไม่ได้หมายความว่า เธอจะให้งานเสี่ยงชีวิตกับยัยโง่นั่น “ฉันไม่ได้โหดขนาด นั้นสักหน่อย เธอป่วย ยังจะให้เธอไปทำงานพวกนั้นรับใช้ คนอื่นอีก

เธอฉวยโอกาสกลับมาตอนยังไม่หายป่วย ช่วงนี้ฉันให้ เธออยู่เฉยๆ ไม่เคยให้อะไรเธอทำ ยกเว้นคนแปลกหน้า คนนั้นไม่กี่วันก่อน แต่คนแปลกหน้าคนนั้นก็ไม่ได้ให้ เจี่ยนถงทำอะไรที่ลำบากใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ‘งานเสี่ยง ตาย’ อะไรนั่น”

เสิ่นยีมองท่าทางซูเมิ่ง ไม่เหมือนเสแสร้ง แล้วถามหยั่ง เชิงอีกครั้ง “คุณรู้จักตู้คี่ฉุนนักธุรกิจชาวฮ่องกงคนนั้น ไหม?”

“ตู้ลื่ฉุน…..อ๋อ คุณหมายถึงตู้ลี่ฉุนที่มาจากตอนใต้คนนั้น ใช่ไหม? เกิดอะไรขึ้นกับตู้ลื่ฉุนเหรอ?”

“วันนี้ตู้ลี่ฉุนมาใช้บริการที่ตงหวง ห้องส่วนตัวคือชั้นหก” เสิ่นยีขมวดคิ้ว “ซูเมิ่ง เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นชั้นหกเมื่อกี้นี้ เธอไม่รู้เรื่องสักนิดเลยเหรอ?”

ซูเมิ่งตกตะลึง ในหัวสมองมีคำพูดของเสิ่นยีเรียงร้อยกัน

นักธุรกิจชาวฮ่องกง ตู้ลี่ฉุน การใช้บริการในวันนี้ ห้องส่วนตัวตงหวงชั้นหก เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นชั้นหกเมื่อครู่ นี้..….…..ทันใดนั้นเธอก็เบิกตากว้าง!

“เจี่ยนถง!” ซูเมิ่งยืนขึ้นทันที เก้าอี้นวมเอียงล้มลงพื้นดัง “โครม”

ทันใดนั้นข้อมือก็ยื่นออกไป คว้าเสื้อเชิ้ตสีขาวของเสิ่นยี อย่างหยาบคาย “บอกที่คุณรู้ให้ฉันฟังทั้งหมด!”

“ซูเมิ่ง คนมีความสามารถในตงหวงอย่างคุณทำงานไม่ ได้เรื่อง ผ่านวันง่ายๆ สบายๆ มานานแล้ว เกิดเรื่องใหญ่ ในสถานที่ตัวเอง คุณกลับไม่รู้เรื่องเลยสักนิด

“พูดไร้สาระให้น้อยๆ หน่อย ฉันเพิ่งกลับมาตงหวงจาก งานเลี้ยงท่านเหอเพื่อเอาของ รีบบอกฉันมาว่ามันเกิด อะไรขึ้นระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ทำไมคุณต้องเอายามาส่งให้ เจียนถง ยัยนั่นไปขายอะไรมาอีก?”

เสิ่นยีไม่เคยเห็นท่าทางดุร้ายของซูเมิ่งมาก่อน แต่นั่น เป็นเรื่องเมื่อสองปีก่อน ตั้งแต่ซูเมิ่งกลายเป็นผู้จัดการ ใหญ่ตงหวง เสิ่นยีก็ไม่เคยเห็นซูเมิ่งดุร้ายแบบนี้ ปรับตัว ไม่ได้สักพักหนึ่ง กระแอมไอหนึ่งที “คุณปล่อยมือก่อน”

“คุณพูดมาก่อน”

“.….….….” เสิ่นยีหมดหนทาง เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ซูเมีงฟังอย่างรวบ

ซูเม็งได้ยินแล้ว แค่รู้สึกว่าโกรธอย่างยิ่ง สะบัดเสิ่นยี ออกไปทันทีดัง “ผลัก” รีบเดินไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว “ฉันต้องไปถามแซ่สวี่สักหน่อย ว่าใครให้สิทธิเธอไปจัด เตรียม ‘เสี่ย’ แบบนี้ให้ยัยโง่นั่น!”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ