ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 77-1 แพ้ครีมทาหน้า ชี้แจง



ตอนที่ 77-1 แพ้ครีมทาหน้า ชี้แจง

แถลงไขปัญหา

เดี๋ยวเอ๋อร์เห็นบ่าวชราพูดจาตะกุกตะกัก ก็ยิ่งสงสัยว่าคนแบบ ไหนกันที่มาหา จนทำให้พูดไม่ออก ผีหลอกแล้ว!

ผ่านไปสักพัก บ่าวชราจึงเปิดปากพูดพลางหน้าแดง

เป็นสาววัยรุ่นสามคน บอกว่าเป็นคนของเรือสำราญว่าน ซุน คนที่เป็นหัวโจกชื่อหานเจียว แต่ละคนดๆ ทั้งนั้น บอกว่า ต้องการพบคุณหนูใหญ่ท่าเดียว พอข้าได้ยินว่าเป็นโสเภณี ก็สะดุ้ง เลยไม่ให้พวกนางเข้ามา แต่แม่นางทั้งสามดุมาก คน หนึ่งใช้เท้าถีบประตูทันที ดีที่ผู้คุ้มกันรุดมาก่อน ทว่าทั้งสามก็ ยังก่อกวนอยู่หน้าประตู ไม่ยอมไป บอกว่าอย่างไรวันนี้ ต้อง พบคุณหนูใหญ่ให้ได้

“อะไรนะ? โสเภณี?” เดี๋ยวเอ๋อร์กับซูซย่าอุทานขึ้นพร้อมกัน

แม้หลายวันมานี้ ทั้งสองเจอหงเขียนบ่อย ฝ่าฝืนข้อห้าม ในการคบสาวจากหอนางโลมไปบ้าง แต่ก็เจอกันเป็นการส่วน ตัว และการพบเจอกับหงเขียนก็มิได้เป็นเช่นนี้ ผู้มาในวันนี้เป็น นางโลมแปลกหน้าที่มาหาคุณหนูใหญ่ด้วยการเอะอะโวยวาย ที่หน้าประตูกลางวันแสกๆ พฤติกรรมต่างกันลิบ
เดี๋ยวเอ๋อร์จึงตะคอกกลับ “พวกนางมาหาคุณหนูใหญ่ ทำไม! โรคจิตหรือเปล่า ที่นี่จวนขุนนาง ไม่ใช่สถานบันเทิง ไม่ ต้องพูดแล้ว จับโยนออกไปให้หมด หรือไม่ก็ส่งไปที่ว่าการ อำเภอ แต่อย่าให้ใครรู้นะ มีอย่างที่ไหน!

“แม่นางเที่ยวเอ๋อร์ ข้าก็ด่าว่าพวกนางไปแบบนี้ล่ะ แต่…. แต่หานเจียวนั่นบอกว่าอะไรนะ ใบหน้านางถูกคุณหนูใหญ่ทำ ทั้งหมด…วันนี้จึงอยากมาฟังคำอธิบาย อย่าว่าแต่จวนขุนนาง เราเลย ต่อให้เป็นปราสาทราชวัง พวกนางก็จะปักหลักรอ ไม่ ยอมไปไหน! บ่าวชราพูดอย่างขมขื่นใจ

ม่านถูกเลิกขึ้น อวิ๋นหวานชื่นก้าวออกมา ก่อนพูดอย่าง สงบนิ่ง “เชิญแม่นางทั้งสามเข้ามา

“ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณหนูใหญ่” พอได้ยิน ซูซย่าก็รีบก้าว ตามออกมาขวาง “พวกนางเป็นผู้หญิงจากหอโคมเขียว ให้เข้า มาหากลางวันแสกๆ เช่นนี้ อย่าว่าแต่คนนอกเลย คุณหนู ใหญ่เองก็จะเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย และถ้านายท่านรู้เข้า ต้องตำหนิแน่!”

นางโลมเหล่านี้ใจกล้าและไม่กลัวขายหน้าอยู่แล้ว ถ้าวัน นี้ไม่ไป พรุ่งนี้ก็ต้องมาอีก และถ้าตนออกไปหน้าประตู ก็ยิ่ง แล้วใหญ่ สายตาอนหว่านในเฉยชา พลางว่า

“คนเขาก็บอกแล้วว่า ถ้าไม่ได้พบข้า จะปักหลักรอไม่ไป ไหน พวกเจ้ามิใช่กลัวว่าพวกนางจะร้องแรกแหกกระเชออยู่ หน้าบ้านจนผู้คนได้ยินกันหมด! เชิญพวกนางเข้ามานี่ล่ะ ถึงจะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด

บ่าวชราจึงไม่รอช้า รีบหันกาย วิ่งไปเชิญคนเข้ามา

เดี๋ยวเอ๋อร์เท้า “คุณหนูใหญ่อยู่แต่ในบ้าน ไม่เคยล่วง เกินอะไรใคร แล้วจะไปยุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านี้ได้อย่างไร ใคร กันแน่ที่คิดให้ร้ายคุณหนูใหญ่! ข้าจะฆ่ามันให้ตาย ต่ำช้าเกิน ไปแล้ว ไปหานางโลมกลุ่มหนึ่งมาเคาะประตูบ้าน ทำให้ คนนอกที่ไม่รู้ นึกว่าคุณหนูใหญ่ไปมาหาสู่กับพวกนาง นี่มัน ทําลายชื่อเสียงกันเห็นๆ! มีอย่างที่ไหน! บ้าตายชัก

อนหวานชิ้นขยับคิ้ว กะพริบขนตา พอซูซย่าเห็น ก็นึกได้

จึงหน้าเปลี่ยนสี

“หรือจะเป็นคุณหนูบ้านท่านสมุหนายกอ บ่าวว่าแล้ว คุณหนูอนั่นถูกคุณหนูใหญ่บีบให้ยอมจำนน ถึงไม่ยอมรามือ สูงส่งขนาดนั้นน่ะ วันนั้น… ๆ สวยมาเอายาสระผมกับครีมทา หน้าไปหลายกระปุกนั่น หรือว่า…

แปดถึงเก้าในสิบส่วน

เกรงว่าเป็นการกลั่นแกล้งของอวี้โหรวจวง นางหาทางส่ง ครีมทาหน้าที่ตนทำ ไปให้สาวๆ บนเรือสำราญใช้ แล้วปล่อย ข่าวว่า เป็นเครื่องสำอางที่คุณหนูจวนรองเจ้ากรมทำเองกับมือ โดยไม่รู้ว่าใส่อะไรเพิ่มเติมลงไปในครีม ถึงทำให้ผิวหน้าของ สาวๆ มีปัญหา ซึ่งพวกนางต้องมาเอาเรื่องกับอวิ๋นหว่านชิ้น อย่างแน่นอน ด้วยหญิงสาวในหอโคมเขียวขาย ใบหน้ากิน ไม่ ต้องบอกก็รู้ว่าใบหน้าสำคัญกับพวกนางขนาดไหน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกนางไม่ยอมจากไป

ขณะครุ่นคิด สามสาวก็ก้าวอาดๆ เข้ามาโดยมีผู้คุ้มกัน ขนาบข้าง แต่ปากแดงๆ ทั้งสามก็ยังก่นด่าไม่หยุด ขนาดบ่าว ข้างกายก็ยังปรามไม่อยู่

พอก้าวเข้าประตูวงเดือน เดินเข้ามาในเรือนผู้หญิง

หัวโจกอย่างหานเจียวค่อยหยุดด่า แล้วเงยหน้าขึ้น เห็นบน ชานเรือนมีเด็กสาวหน้าตาสะสวยยืนอยู่คนหนึ่ง อายุไม่เกินสิบ สี่สิบห้า มวยผมเป็นห่วงย้อยแบบเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือน บน ศีรษะประดับดอกชบาเล็กๆ สองดอกติดกัน ข้างหูปล่อยผม ยาวลงมามัดหนึ่งถักเป็นเปียหลวมๆ สวมชุดกระโปรงยาวหก จีบ ช่วงบนสวมเสื้อกั๊กผ้าแคชเมียร์สีเงินปักลายดอกไม้ กำลัง ใช้ดวงตาสวยใสจ้องมองมาอย่างเฉยชา

หานเกี่ยวกับสองสาวรุ่นน้อง จื่อเห็น กับเหมยเซียน ที่ ตั้งใจมาช่วยกันเอาเรื่อง ล้วนคิดไม่ถึงว่า คนทำครีมทาหน้าจะ เด็กขนาดนี้ จึงยืนอึ้งไปสักพัก ความโกรธที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ลดลงกว่าครึ่ง แต่ไม่นาน หานเจียวก็เรียกสติกลับคืน ปลาย คิ้วดั่งต้นหลิวตั้ง ก้าวไปข้างหน้า แล้วว่า

“เจ้าคือคุณหนูใหญ่สกุลอวิ๋นสินะ บ่าวในบ้านเจ้าบอกเจ้า แล้วใช่ไหมว่าเรามาหาเจ้าด้วยเรื่องอะไร?!

เมี่ยวเอ๋อร์เห็นสามสาวแสดงท่าที่ยียวนกวนบาทาไม่เบา

อยากกระโดดเข้าไปตบมาก จึงก้าวออกมาด้านหน้า แล้ววาด
“พูดกันดีๆ ก็ได้ คุณหนูเราหูดีตาดี ไม่ได้หูหนวกสัก หน่อย ไม่ต้องเข้าใกล้ขนาดนี้หรอก!

จื่อเห็นความรู้สึกไวสุด คิดว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังพูดดูถูก

พวกตน จึงถูกแขนเสื้อ พลางฮึดฮัด “ทำไม ในเมื่อทำให้โฉมหน้าพี่หานเจียวของเรากลาย

เป็นแบบนี้ มันจะต่างอะไรกับทุบชามข้าวพี่เรา แล้วยังไม่กล้า ให้เราเข้าใกล้อีก! กินปูนร้อนท้องหรือไง….

พูดยังไม่ทันขาดคำ ทั้งสามก็ได้ยินเสียงลอยมาจากซาน

เรือน

เสียงของเด็กสาวนิ่งและมีพลังอย่างหนึ่ง แม้ไม่สูง แต่ก็ ทำให้ทุกคนสงบสติอารมณ์ลง

“แม่นางทั้งสาม ถ้าช้ากินปูนร้อนท้อง จะบอกให้คนใน บ้านปล่อยพวกท่านให้เข้ามาทำไม แล้วยังบอกให้พามาที่ เรือนข้าโดยเฉพาะอีก ก็เพราะอยากจะแก้ไขปัญหา แต่ถ้ายัง ไม่ทันได้พูดจา พวกท่านก็เอะอะโวยวายเหมือนตอนอยู่ด้าน นอกแล้ว เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรจำเป็นต้องคุยกันอีก เด็กๆ…

“ช้าก่อน” หานเจียวเหลือบมองจื่อเห็น แล้วจึงหันมองอวิ๋น หว่านชิน พลางว่า

“น้องสาวข้าวู่วามไปหน่อย ขอคุณหนูอขึ้นอย่าได้ถือสา

พวกเขาเพียงเห็นว่า เพราะครีมของคุณหนูอน หน้าข้าถึงได้ เป็นเช่นนี้ แต่เราสามคนก็ร้อนใจเช่นเดียวกัน วันนี้ถึงได้มาขอคำอธิบายจากคุณหนูอน!”

ตอนคนทั้งสามก้าวเข้ามานั้น อวิ๋นหวานชื่นได้สำรวจมอง หานเจียวเงียบๆ แล้ว แก้มของนางไล่ลงมาจนถึงบริเวณกรามล่าง มีรอยแดงอยู่ ปืนใหญ่ ในนั้นมีพื้นที่นูนออกมาและเป็นหนองอยู่หลายเม็ด

ร่วมกับรอยขีดข่วนเลือดไหลซิบๆ อยู่หลายรอย ดูแล้ว ไม่น่า

มองจริงๆ

นี่คืออาการแพ้ที่พบบ่อยสุด

ซึ่งเดิมทีในแผ่นดินต้าเซวียน ไม่ว่าจะในตำราหมอหรือ ตำราสูตรลับสมุนไพรเพื่อความงาม ล้วนไม่มีคำว่า “ภูมิแพ้ แต่ที่อวิ๋นหวานซิ่นรู้เพราะอ่านจากตำราเวชสำอางของดิน แดนตะวันตกที่นำเข้ามาทางเรือ

โดยสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้ร่างกายไม่สบายและมี ปฏิกิริยาตอบสนองอย่างผิดปกติ เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ ซึ่งถ้า ร่างกายเราสัมผัสถูกสิ่งเหล่านี้ ก็จะเกิดอาการแตกต่างกัน ใน หนังสือบอกว่า สารก่อภูมิแพ้มีเป็นร้อยเป็นพัน มากมายหลาย ชนิด และผลจากอาการแพ้ที่รุนแรงมากสุด ถึงขั้นเสียชีวิตที่มี

ดูไปแล้ว อาการแพ้ของหานเจียวในข้างต้นไม่ถือว่า รุนแรงมาก ส่วนใหญ่เป็นเพราะคันจนทนไม่ไหว ถึงได้ใช้มือ เกา จนอักเสบและบวมไม่หยุด และมีสภาพอย่างที่เห็น อวิ๋นหวานชื่นจึงพูดอย่างสงบนิ่ง “ขอละลาบละล้วงถามหน่อย ครีมซึ่งแม่นางหานเจียวบอกว่าข้าเป็นคนทำนั้น นำมา จากไหน”

“เครื่องสําอางที่เราใช้กัน ปกติแล้วจะให้เด็กรับใช้ในเรือ สําราญไปซื้อทุกๆ สิ้นเดือน แล้วนำมาแจกจ่ายให้ถ้วนทั่ว แต่ เนื่องจากเด็กรับใช้กับข้าสนิทกัน ข้าจึงมักบอกให้เขาช่วยเก็บ ของที่ดีหน่อยไว้ให้ข้าโดยเฉพาะ! หลายวันก่อนตอนแจกจ่าย เครื่องสำอาง เด็กรับใช้ก็นำครีมกระปุกหนึ่งมาให้ โดยบอก แค่ว่าเป็นเครื่องสําอางสูตรลับเฉพาะของคุณหนูบ้านรองเจ้า กรมกลาโหมฝ่ายซ้าย ซึ่งตอนนี้ กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าคุณ หนูในเมือง พอข้าได้ยินก็ดีใจมาก นำไปใช้ทันที ใครจะรู้ว่า วันถัดมาจะกลายเป็นแบบนี้! ผ่านไปอีกสองวันก็ยังไม่หาย อย่าว่าแต่ไม่มีหน้าไปรับแขกเลย แม้แต่มาม่าซังก็ยังด่าข้า แทบเป็นแทบตาย! ไม่รู้ล่ะ ข้าหาใครไม่ได้แล้ว ถึงได้แต่มาขอ คำอธิบายจากคุณหนูอนนี่!”

ว่าแล้วหานเจียวก็โมโห ล้วงกระปุกผ้าแพรทรงกลมลาย กิ่งไม้เกี่ยวกระหวัด ใบเล็กออกมา แล้วทิ้งลงบนพื้น กระปุก กลิ้งเป็นวงกลมอยู่สองรอบ ค่อยหยุดลง

“นี่มันตลกมากจริงๆ ไม่มีใครบังคับให้เจ้าใช้สักหน่อย

อย่าว่าแต่ของชิ้นนี้คุณหนูเราก็มิได้เป็นคนให้เจ้า หรือต่อให้ ใช่ ใครจะไปรู้ว่า อาจเป็นคนที่เข้าไปล่วงเกินไว้ก็เป็นได้ เขา คิดทำร้ายเจ้า ก็เลยใส่ยาพิษลงไปในครีม เจ้าจะมาหาแต่คนที่ ทําครีมไม่ได้หรอก!” เมี่ยวเอ๋อร์โมโหแล้ว

จื่อเหินยิ้มเย็นชา “เจ้านึกว่าเราโง่กว่าเจ้าหรือไง พอใบหน้าของพี่หานเจียวมีปัญหา เราก็รีบนำครีมนี้ไปป้อนให้นก ที่บ้านกิน แต่นกกลับไม่เป็นไรเลยสักนิด แล้วเรายังเอาไปให้ หมอที่คุ้นเคยดูอีก หมอก็ตรวจดูแล้ว บอกว่าครีมนี้ไม่มีพิษ แบบนี้ ก็ต้องเป็นคุณภาพของครีมนี่ล่ะที่มีปัญหา! ข้าว่านะ ถ้า ไม่เก่งจริง ก็อย่าฝืนทำออกมาขายเลย ทำของแบบนี้ออ กมานะ ทำร้ายคนดีๆ นี่เอง!

เดี่ยวเอ๋อร์คิดจะโต้กลับอีก แต่พอซูซย่าเห็นท่าทางของอ วั่นหวานชื่น ก็รีบดึงนางไว้ แล้วลากกลับไป


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ