ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน

บทที่ 1788



บทที่ 1788

อู่ตงไหนิ่งคิด แล้วกล่าวว่า “เดิมทางใต้ก็ไม่มีแร่ถ่านหินเท่า ไหร่ ดังนั้นฉันจึงไม่รู้จักใครที่ทำเหมืองถ่านหิน

พูดถึงตรงนี้ จู่ๆ เขาก็นึกอะไรออก จึงยิ้มกล่าวว่า “แต่ฉันกลับ มีเพื่อนสมัยเด็กอยู่คน ที่บ้านทำโรงงานอิฐ ทำงานในโรงงานอิฐ เทียบกับทําในเหมืองถ่านหินแล้ว ไม่สบายไปกว่ากันเลยสักนิด สามารถนำแม่ยายของเยเงินส่งใช้แรงงานที่นั่นได้

เขียวฉางเฉียนพลันยิ้มกล่าวว่า “อั้ยยะประธาน นี่มันช่าง ยอดเยี่ยมจริงๆ หญิงชั่วแบบนี้ก็สมควรโยนเข้าไปในโรงอิฐ แหละ!”

กล่าวจบ เขาก็รีบถามอีกว่า “ประธาน คุณว่าคุณสะดวกจะ บอกที่อยู่ของเพื่อนคนนี้ของคุณกับผมได้ไหม หลังผมให้คน จัดการหม่าหลันเสร็จแล้ว ก็จะส่งไปที่นั่นทันที!

“ไม่รีบ!” อู่ตงไห่ยิ้มเย็นกล่าวว่า “ฉันกับเย่เฉินมีความแค้น ลึกล้ำกันอยู่ ตอนนี้ฉันเพิ่งจะมาถึงจินหลิงพอดี เรื่องบันเทิงใจ เช่นนี้ ไม่มีเหตุผล ให้พลาด นายจับเธอมัดเอาไว้ก่อน ถึงเวลาส่ง ที่อยู่มาให้ฉัน ฉันจะไปที่นั่นยืนยันกับตาตนเอง!”

เซียวฉางเฉียนรับปากอย่างรวดเร็ว “ประธาน คุณวางใจ ผม จะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเหมาะสมแน่นอน ถึงเวลาจะโทรตาม ให้คุณมายืนยันเองกับตา!
ตงไห่ส่งเสียงลืมตอบรับ ยิ้มกล่าวว่า “เอาล่ะ ฉันยังมีธุระ ต้องจัดการ หลังนายจัดการเสร็จแล้วก็โทรหาฉัน

“ไครับ ประธานอู่!”

ทางเซียวฉางเฉียนเพิ่งจะวางสาย ก็รีบกล่าวกับทุกคนอย่าง ระงับความตื่นเต้นไม่อยู่ “ประธานบอกว่าเขามีเพื่อนที่เปิด โรงงานอิฐอยู่คนหนึ่ง รอพวกเราจับหม่าหลันไว้ หลังจัดการเธอ ตามแผนแล้ว ก็รีบส่งเธอไปที่โรงงานอิฐทันที ให้เธอใช้แรงงาน อยู่ในโรงงานอิฐไปตลอดชีวิต!

พอเฉียนหงเย่นได้ยินเช่นนี้ ในใจพลันรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเป็น อย่างยิ่ง เธอพูดอย่างโมโหว่า “ตอนนั้นที่ฉันไปเป็นเหมือง ถ่านหิน ทำไมหม่าหลันถึงไปโรงงานอิฐได้ล่ะ! แบบนี้เธอก็สบาย เลยสิ!”

เซียวฉางเฉียนถลึงตาใส่เธอแวบหนึ่ง พูดโพล่งออกมาว่า “เธอจะไปเข้าใจอะไร! โรงงานอิฐลำบากกว่าเหมืองถ่านหินเสีย อีก แม้เหมืองถ่านหินจะสกปรก เหนื่อย แต่อย่างน้อยหน้าหนาวก็ อุ่นหน้าร้อนก็เย็น ส่วนโรงงานอิฐไม่เหมือนกัน หนึ่งปีสี่ฤดูใช้แต่ ไฟเผาอิฐ แค่ความร้อนก็รับไม่ไหวแล้ว มิหนำซ้ำงานขนอิฐไม่ได้ สบายไปกว่างานขุดเหมืองเลย สรุปแล้ว โรงงานอิฐลำบากกว่า เหมืองถ่านหิน!”

แบบนี้ในใจเฉียนหงเป็นค่อยสบายขึ้นมาหน่อย แต่เธอยังมีคำถามหนึ่งอยากถาม แต่พอมาถึงปากก็กลืนกลับ
ด้วยเหตุนี้จึงได้แต่ลอบไตร่ตรองอยู่ในใจ “เฮ้อ ไม่รู้ว่าหลัง หม่าหลันถูกส่งไปโรงงานอิฐแล้ว จะได้พบคนคุมงาน กอสักคน หรือไม่ หากได้พบ นั่นคงจะเยี่ยมไปเลย ทางที่ดีให้เธอติดโรค แล้วค่อยท้องเด็กสักคนจะดีที่สุด!”

เวลานี้

ณ ห้องสูทของโรงแรมป้ายจินฮานกง

เยฉางหมิ่นกำลังต่อสายโทรศัพท์ เพื่อโทรรายงาน สถานการณ์กับคุณท่านใหญ่เยโจงฉวน

ในสายสนทนา เธอบรรยายถึงเเฉินว่าเป็นคนเลวนิสัยไร้ เหตุผล โมโหง่าย สันดานตม ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา แถม ยังเน้นกับเยโจงฉวนอยู่ตลอดเวลา “พ่อ เย่เฉินเจ้าหมอนี่หลายปี มานี้คงไม่ได้รับการสั่งสอนอะไร สันดานต่ำตมเป็นที่สุด พ่อห้าม ให้เขากลับตระกูลเย่นะคะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ หน้าตาของตระกูลเ เราได้ถูกเขาทำลายหมดพอดี!

เย่โจงฉวนฟังคำรายงานที่เธอเสริมเติมแต่งจบ ก็กล่าวเรียบๆ ว่า “ฉางหมิ่น พ่อคิดว่าลูกฉลาดมากมาตลอด คิดไม่ถึงว่าจะถูก อารมณ์ครอบงำาได้ง่ายดายขนาดนี้ ช่างทำให้พ่อผิดหวังจริงๆ!

พอเย่นางหมิ่นได้ยินเช่นนี้ พลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ถาม โพล่งออกมาว่า “พ่อ หนู…หนูแย่ตรงไหนกัน?”

เย่โจงฉวนกล่าวเสียงเย็น “แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าทำไมฉันถึงอยากให้เงินเอ๋อกลับมา?”

เยฉางหมิ่นพูดอย่างคับข้องใจว่า “พ่อ…หนูไม่อาจเข้าใจได้ จริงๆ หากให้หนูพูด เย่เฉินสันดาน ขนาดนี้ พวกเราไม่เพียงไม่ อาจให้เขากลับมา ยังต้องขีดเส้นกั้นระหว่างเขาให้ชัดเจนด้วย!

เยโจงฉวนแผ่นเสียงออกมา กล่าวว่า “ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องการ คือให้หลานคนใดคนหนึ่งของฉัน ไปแต่งงานกับซูจือหยูของ ตระกูล หรือไปแต่งงานกับชิวของตระกูล ตอนนี้เห็นทีคงมี เพียงเฉินเอ๋อที่มีโอกาสมากที่สุด!


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ