บัลลังก์หมอยาเซียน

บทที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่



บทที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่

“หันมา เขาเอ่ยเสียงเบา

หยวนซึ่งหลังเกยคางกับเตียง หัวเราะไปพร้อมน้ำตา “ขอ ต้อนรับท่านกลับจากความตาย”

“เจ้าคาดหวังอยากให้ขาตายไม่ใช่หรือ”หมู่เหวินเท้ามอง ใบหน้าของนางที่เต็มไปด้วยสีสัน แผลที่ศีรษะเป็นสีเขียว ใต้ ตาบวมแดงราวกับลูกท้อ น้ำตาได้ชำระใบหน้าที่เดิมทีก็สกปรก อยู่บ้างแล้ว มีคราบน้ำตาเป็นสีขาวสองสาย

ไม่เคยคิดมาก่อนจริงๆว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน พวกเขายังเป็น ราว กับไฟอยู่เลย

“ถูกต้อง ก็หวังอยากจะให้ท่านตายจริงๆ”หยวนชิงหลิงเช็ด น้ำตา เผยความเป็นเด็กอยู่หลายส่วน “แต่ว่า ไม่ใช่ตายต่อหน้า ข้า ข้าเป็นหมอ มีคนไข้ตายต่อหน้าข้า เป็นความบกพร่องของ ข้า”

หมู่เหวินเท้ามองนาง ค่อยๆยิ้มออกมา

ชื่อยืนมองอยู่ข้างๆ หัวเราะออกมาราวกับได้วางภาระอัน หนักอึ้งลงแล้ว หัวเราะเสร็จ ก็มองหยวนชิงหลิงด้วยความซับ ช้อน

พระชายาท่านนี้ ที่จริงก็ไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้น
หมู่เหวินเท้าข่มใจให้สงบ ยาจื่อจีนกำลังออกฤทธิ์ในร่างกาย รู้สึกได้ว่าพลังตันเถียนได้ค่อยๆ เพิ่มขึ้น

เขามองไปยังกู้ชื่อ “ไท่ซางหวงถูกวางยาพิษอะไร”

กู้ซื้อเดินเข้าไปก้าวหนึ่ง พูดว่า “ที่จริงข้าก็ไม่แน่ใจนัก รู้เพียง แต่ว่าเมื่อคืนไท่ซางหวงเกิดอาการกระอักเลือดและสลบไปอย่าง กะทันหัน หมอหลวงวินิจฉัยว่าถูกยาพิษ

หมู่เหวินเท้ามองหยวนชิงหลิง “ยาที่เจ้าให้ไท่ซางหวง ทำให้ เกิดอาการกระอักเลือดจนสลบได้หรือไม่ ”

หยวนชิงหลิงพูดว่า “เป็นไปไม่ได้แน่นอน”

“เช่นนั้นก็รอเสด็จพ่อตรวจสอบให้แน่ชัด ต้องมีบทสรุป แน่นอน “หมู่เหวินเค้าพูด

“ข้าอยากขอร้องฮ่องเต้ ให้ข้าไปดูอาการไม่ช่างหวง”หยวนชิง

หลิงพูด

กู้ซือส่ายหน้า “พระชายาโปรดอดทนรอไปก่อน ฮ่องเต้ย่อมมี ราชโองการ คิดว่า อ๋องชินลุยเองก็คงจะช่วยพูดอีกทาง

เจ้าพระยาจิ้งที่ยืนอยู่ด้านนอก ได้ด่าลูกสาวหยวนชิงหลิงใน ใจไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว วางแผนอย่างดิบดีเพื่อให้นางแต่งเข้าไป ในจวนอ๋อง แต่คิดไม่ถึงว่า เรื่องที่ยังไม่ทันกล่าวถึงเรื่องร้ายก ลับเข้าหาเขาก่อน เขาคิดว่าหยวนชิงหลิงต้องทำอะไรผิดแน่ๆ ทำให้ฮ่องเต้เกรี้ยวมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้คนไปเรียกเขาเข้าวัง ตั้งแต่เช้า ยังให้เขารออยู่หนึ่งชั่วยามเต็มๆ
ที่สุด มู่หรูกงกงก็ออกมา เอ่ยว่า “เจ้าพระยาจิ้ง ฮ่องเต้เรียก ท่านเข้าพบ

เจ้าพระยาจึงน่องขาเกิดอ่อนแรง เกือบจะคุกเข่าลงไปแล้ว

เดินเข้าไปทั้งที่ตัวสั่นเทา คุกเข่าลง เจ้าพระยาจินใช้หัวหน้า ผากกับหน้าที่แทบจะแนบไปกับพื้น “ข้าน้อยหยวนปาหลงถวาย บังคมฮ่องเต้”

“ไม่ต้องมากพิธีฮ่องเต้หมิงหยวนพูด

ได้ยิน เสียงของฮ่องเต้ที่แฝงด้วยความเมตตา ใจของเจ้า พระยาจิ้งก็สงบลงได้ครึ่งหนึ่ง ค่อยๆลุกขึ้น ยืนตัวตรงอยู่ข้างๆรอ พระบัญชาของฮ่องเต้

ฮ่องเต้หมิงหยวนยิ้ม “ที่ข้าเรียกเจ้าเข้าวัง ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไร ก็แค่อยากจะถามสารทุกข์สุกดิบ ในจวนเป็นอย่างไรบ้าง

หัวใจของหยวนปาหลงกระตุกขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ไม่ต่างหวง ป่วยหนัก งานราชการก็ยุ่งมาก ยังมีอารมณ์สบายใจเรียกตัวเขา เข้าวังเพื่อถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เกรงว่าจะมีความหมายอื่นแอบแฝง

ต้องเป็นเพราะลูกสาวหัวดื้อแน่ๆ ไม่รู้ว่าไปก่อเรื่องอะไรอีก ริมฝีปากของเขาสั่นระริก “ทูลฮ่องเต้ คนในบ้านต่างสบายดี “เช่นนั้นก็ดี กลับไปเถอะ”

เจ้าพระยาจิ้งเบิกตาอ้าปากค้าง
เขาออกจากห้องหนังสือ ก็ได้ลองสอบถามดู เมื่อใช้เงินมาก พอ จึงได้รู้ว่าหยวนชิงหลิงได้ถูกอ๋องเต้เรียกเข้าวังตั้งแต่เช้าแล้ว และก็ไม่มีข่าวคราวอีก

เขารู้สึกโกรธในใจ เป็นนางที่ก่อเรื่องจริงๆด้วย

พอกลับไปถึงจวน ก็พุ่งไปหาภรรยาเพื่อระบายอารมณ์ “เจ้า สั่งสอนลูกสาวของเจ้ายังไง เราใช้กำลังทั้งหมดของจวนส่งนาง ไปเป็นพระชายา นางตอบแทนตระกูลเราอย่างไร วันนี้ฮ่องเต้ อารมณ์ดี ไม่ได้ลงโทษข้า ไม่อย่างนั้นตำแหน่งข้าก็คงจะรักษา เอาไว้ไม่อยู่

หยวนฮูหยินนั้นไม่ได้มีความคิดเป็นของตัวเอง ได้ยินสามีด่า ลูกสาวอย่างโมโห นางก็เอ่ยอย่างโมโหเบาๆ “ภายหน้าก็แล้ว แต่เวรแต่กรรมเถอะ พวกเราไม่ต้องสนใจนางแล้ว

“ยังจะสนใจอะไร วันหน้าหากกลับมาขอเงินที่จวน อย่าได้ให้ เด็ดขาด”นึกถึงก่อนหน้านี้ที่เคยให้เงินนางไปเพื่อเบิกทางใน กรมทหาร เงินเหล่านั้นก็ไม่ต่างจากเตะหมูเข้าปากหมา ให้ไป แล้วก็ไม่ได้คืน เขาก็รู้สึกเจ็บใจอยู่ลึกๆ

ฮูหยินหยวนได้แต่ตอบรับ “ข้ารู้แล้ว”

เจ้าพระยาจิ้งดื่มชาไปหนึ่งแก้ว ในใจยังคงครุ่นคิด หยวนชิง หลิงไม่ได้รับความรักความเอ็นดูจากอ๋อง แม้จะอยู่ในตำแหน่ง พระชายา ก็ไร้ประโยชน์ เห็นที เขาต้องหาผู้สืบทอดที่ดีจึงจะได้ เขามีตำแหน่งเป็นรองเจ้ากรมทหารมาก็หลายปี เห็นว่าตำแหน่ง โยธาธิการก็เปลี่ยนไปสามครั้งแล้ว ยังไม่มีโอกาสที่เขาจะได้ขึ้นตำแหน่งอีก เขาจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว

ฝั่งตระกูลฉี่ ได้ปล่อยข่าวลือออกมาว่า ตอนนี้คนในราชสำนัก ไม่น้อยได้รวมกลุ่มกันแล้ว เห็นว่าโอกาสที่อ๋องฉีจะถูกแต่งตั้ง เป็นรัชทายาทนั้นสูงมาก หากวิ่งไปทางตระกูล ใช้เงินเสีย หน่อย บางทีอาจจะเป็นไปได้

“ตอนนี้เงินที่สามารถนำออกใช้ได้มีเท่าไหร่”นึกถึงตรงนี้ เขา

ก็ถามฮูหยินขึ้นมา

“ประมาณสองหมื่นตำลึง”ฮูหยินหยวนพูด

“เจ้าไปเอามาให้ข้าสองพันตำลึง ข้าจะไปบ้านตระกูล ”

ฮูหยินหยวนอึ้งไปสักพัก “ตระกูล เกรงว่าจะไม่เหมาะ เพราะ เดิมที่คุณหนูใหญ่ของตระกูลฉนั้นจะแต่งให้กับอ๋อง แต่ถูกหลิง เอ๋อร์ทําเสียเรื่อง ตระกูลคงเกลียดพวกเราไม่น้อย จะมาสนใจ เราได้อย่างไร”

ฮูหยินหยวนไม่เคยลืมสายตาดูแคลนที่ฮูหยินมองนาง

“พวกผู้หญิงอย่างพวกเจ้าจะรู้อะไร ให้เจ้าไปเอาก็เอามาสิ” เจ้าพระยาจิ้งเอ่ยอย่างโมโห

ฮูหยินหยวนไม่กล้าพูดอะไรอีก เข้าไปที่ห้องบัญชีเบิกเงินให้ เขาด้วยตนเอง

ตอนนี้หัวหน้าตระกูล เป็นอัครเสนาบดี เป็นพ่อตาของฮ่องเต้ หมิงหยวน
ช่วงหลายปีนี้ในกรมทหาร ส่วนมากเป็นคนของเขา

เจ้าพระยาจิ้งนับว่ามองออกแล้ว หากต้องการเป็นปืนปูซางซู

ขั้นแรกคือต้องเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลก่อน เขาเหน็บเอาตัวเงินจำนวนสามพันตำลึงไว้กับตัว เอาของขวัญ แล้วขี่ม้าตรงไปยังนอกประตูใหญ่จวน

วันนี้ตระกูลคึกคักมาก ด้านนอกมีรถมาจอดเต็มไปหมด เขา ลองถามดูแล้วได้ความว่า วันนี้เป็นวันที่พระชายาฉีกลับบ้าน มารดา

ใจเขาลิงโลด ดีเลยทีพระชายาอยู่ด้วย เช่นนั้นเขาต้อง ขออภัยนางด้วยตนเองก่อน ได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่คนนี้เป็นคน ใจกว้าง ตนเองยอมรับผิด นางก็คงจะไม่แค้นเคืองจวนพระยาจิ้ง ของเขาอีก

เขาส่งนามบัตรไป แต่ไหนเลยจะรู้ว่า พอคนเฝ้าประตูเข้าไป รายงาน กลับออกมาบอกว่าวันนี้เป็นงานฉลองภายใน ไม่ รับแขกภายนอก เขาทั้งโมโหทั้งอับอาย ทำได้เพียงจากไปอย่าง รวดเร็ว

ห้องหนังสือในจวนตระกูล

อัครเสนาบดีฉู่นั่งอยู่บนเก้าอี้ หมิงชุ่ยจุดยาสูบให้เขา ไม่ให้ คนรับใช้ทั้งหมดออกไป เหลือเพียงหลานสองคนพูดคุ ยกันไหนห้องหนังสือ

“ท่านปู่ ท่านว่าที่เจ้าพระยาจิ้งแล่นมาที่นี่ เพราะเรื่องอะไรกัน
ฉู่หมิงชุ่ยนั่งลง ถามขึ้น

“ยังจะมีเรื่องอะไรอีกอัครเสนาบดี พ่นควันออกมา มองห มิงซุ่ยเรียบๆ “เกรงว่าจะมาด้วยเรื่องของพระชายา

“หยวนชิงหลิง “ฉู่หมิงซุ่ยหัวเราะ “เกรงว่าจะขอร้องใครก็ได้ ผล นางมีข้อหาวางยาไก่ช่างหวงติดตัว ยังไม่มีหลักฐาน ฮ่องเต้ ต้องไม่ละเว้นนางแน่

อัครเสนาบดี มองนางอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้านะเจ้า ไม่เคย ฟังคําสั่งสอนเลย ตอนนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องล่วงเกินใครเลย พระ ชายาไม่ใช่ปัญหา อ๋องก็ไม่ใช่ปัญหา เจ้าจะกันพวกเขาไป ทําไม หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น นั่นเท่ากับทำร้ายอ๋องโดยตรง ได้ไม่คุ้มเสีย”

แต่ฉู่หมิงซุ่ยกลับเอ่ยอย่างสงบมั่นคง “ท่านปู่วางใจเถอะ เรื่อง นี้ท่านป้ากับฮ่องเต้เป็นคนพูดเอง ได้ยินว่าหยวนชิงหลิงเองก็ สารภาพแล้วว่า ให้การรักษาไก่ช่างหวงเอง ความผิดนี้ นางหนี ไม่พ้นแน่”

อัครเสนาบดี เอากล้องยาสูบเคาะกับโต๊ะไอหนึ่งเสียง ยิ่งไม่ สบอารมณ์เข้าใหญ่

“สิ่งที่เจ้าทำผิดที่สุดก็คือการที่เจ้าเอาท่านป้าของเจ้าเข้ามา ร่วมในเรื่องนี้ด้วย เจ้าเคยคิดหรือไม่ หากหยวนชิงหลิงหลุดพ้น จากความผิดได้ เรื่องที่ไท่ซางหวงถูกวางยานั้นไม่เกี่ยวกับนาง เช่นนั้นนางก็จะกลายเป็นคนที่มีความดีความชอบในการช่วยเห ลือไม่ช่างหวง และเพราะเหตุนี้ฮ่องเต้ก็คงจะสงสัยในตัวของท่านป้าเจ้า”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ