น้ำผึ้งในรอยทราย

ตอนที่ 10 จิตเสน่หา



ตอนที่ 10 จิตเสน่หา

แสงแห่งอรุณรุ่งอีกวันสาดส่องนิลลนาค่อยขยับลุกจาก เตียงกว้าง วันนี้คือวันที่สองแห่งการท่องเที่ยวถึงเมื่อคืน จะเจอเรื่องร้ายก็ตามทีเถอะ วันนี้เธอใส่เสื้อยืดสีชมพู อ่อนกางเกงยีนส์ห้าส่วนโดยมีแจ็กเก็ตยีนส์สวมทับเพื่อ ป้องกันแสงแดด เธอดูนาฬิกาข้อมือก่อนหยิบกระเป๋าเป้ ขึ้นสะพาย เปิดประตูก้าวออกจากห้องไปยังลิฟต์ของ โรงแรม

ถึงชั้นล่างนิลลนากวาดสายตามองรอบๆ ตอนแรกคิด หาของกินรองท้องภายในโรงแรมแต่ตัดสินใจฝากท้องไว้ ข้างนอกดีกว่า หยุดยืนด้านหน้าบันไดหยิบหนังสือแนะนํา สถานที่ท่องเที่ยวออกมาแล้วอ่านมัน มีหลายที่อยากไป เช่นผาแสงจันทร์แต่ที่นี่ต้องเยือนยามราตรี เปิดหน้าอื่นๆ แล้วอ่านคราวๆ จนเห็นคฤหาสน์หลังงามปลูกสร้างผสม ผสานสไตล์ฝรั่งเศส มองแค่ในรูปยังน่าสนใจขนาดนี้ หากได้ถ่ายรูปคงดีไม่น้อย

แคนยาสที่พักของกษัตริย์แห่งประเทศซากวัย สถานที่ อันมีมนต์ขลังภายใต้พื้นที่กว่าร้อยไร่ สาธารณูปโภคครบ ครันราวกับโรงแรมระดับหกดาว แต่สถานที่แห่งนี้ไม่เปิด ให้ใครเข้าชม สามารถถ่ายรูปนอกรั้วเท่านั้น

คนอ่านเบ้ปากคิดในใจ ขี้งกชะมัด แค่คฤหาสน์สวย อลังการหากเปิดให้เข้าชมคงรับรายได้ไม่น้อยเลย กลาง วันไม่ได้ทำอะไรหรือเธอจะไปเที่ยวที่แคนยาสดี ถ่ายรูป สวยๆ อวดภัยดาเผื่อขานั้นจะอิจฉาเล่น เห็นชอบอะไรหรูหราอยู่ด้วยตัดสินใจขึ้นรถแท็กซี่แล้วบอก คนขับ ครู่หนึ่งคิ้วเขาขมวดแล้วพยักหน้าเข้าใจ

ราวหนึ่งชั่วโมงรถเคลื่อนจอดหน้าคฤหาสน์ มีนักท่อง เที่ยวมากหน้าหลายตากำลังถ่ายรูปอยู่ นิลลนาไม่รอช้า หยิบกล้องตัวโปรดมาจัดการนำภาพแห่งความทรงจำ เมมโมรี่ไว้ เก็บภาพจนหนำใจเรียบร้อยร่างบางหยุดยืน มองนอกรั้วด้วยความสนใจ อยากรู้จักด้านในมีอะไรกัน แน่ดูเหมือนไม่มีคนอยู่ด้วย หากเยี่ยมชมแคนยาสได้คงดี ไม่น้อย

กวาดตามองซ้ายมองขวาค่อยๆ ย่องตามริมรั้วเห็นพุ่มไม้ เตี้ยๆ มีสุนัขพันธุ์โกลเด้นลอดนำไปก่อน นิลลนากระหยิ่ม ในใจทางหมารอดเนี่ยแหละเหมาะ เธอหันมองผู้คนอีก ครั้งเห็นไม่มีใครสนใจเลยรีบคลานเข่าแทรกกายเข้ามา ด้านใน สนามหญ้าด้านหน้าปลูกไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ไม่ค่อย มีคนเฝ้าสักเท่าไหร่เลยทําให้คนตัวเล็กสามารถเล็ดรอด ผ่านไปได้จนถึงตัวบ้าน

จังหวะเหมาะเห็นทุกอย่างชัดเจนหยิบกล้องขึ้นมาเพื่อ ถ่าย รูปนี้คงมีคนอิจฉาเป็นแน่ คนอย่างนิลลนาแน่ไม่ หยอก เธอเตรียมกดชัตเตอร์จังหวะนั้นของสุดรักดันถูก หยิบออกจากมือ เธอหันมองสีหน้าตื่นตระหนกอ้าปาก ค้างด้วยความตกใจ

“คะ…คุณ!”
“ไงครับ มาทำอะไรเหรอ ที่นี่ห้ามคนนอกเข้ามานะหรือ จะบอกว่าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ผมรู้สึกว่าคุณพูด ภาษาอังกฤษได้นะ!”อัสลันถามแล้วยิ้มเย็น

“คือว่า…”

ยังไม่ทันได้อ้าปากตอบผ้าสีขาวถูกโปะลงบนจมูก มัน กะทันหันจนไม่ทันระวังตัว ร่างบางล้มลงทันทีที่ได้กลิ่น หอมเอียน ราชองครักษ์ปลอมตัวรีบรับไว้แล้วอุ้ม พาร่าง เล็กมายังห้องนอนของแขก โชคดีที่วันนี้กลับเข้ามาเอา เอกสารให้ฝ่าบาทไม่เช่นนั้นคงไม่เจอจังหวะดีๆ แบบนี้ เท่านี้ก็หมดเรื่อง

วางร่างคนไม่ได้สติบนเตียงกว้างแล้วเท้าเอวถอน หายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะโทษเขาไม่ได้หรอกเพราะจํา ใจเหมือนกัน เมื่อพิศมองสาวชาวไทยแล้วอดทึ่งไม่ได้ ฝ่า บาทพระเนตรแหลมนัก นางสวยจริงสมความต้องการ ผิว พรรณขาวเนียน ใบหน้ารูปไข่ แก้มมีเลือดฝาด ติดตรงตัว เล็กกะทัดรัดไปหน่อย

“ท่านอัสลันจะไปหรือยังครับ เสียงทหารคนสนิทเอ่ย

ถาม

เขาเอี้ยวกายแล้วมองก่อนเลิกคิ้ว “ไปสิ”

ชายหนุ่มสาวเท้าออกจากห้องแล้วปิดประตูตามเดิมลูกน้องสองคนที่สั่งไว้ให้เฝ้า ยืนประจำตำแหน่งเรียบร้อย เย็นนี้ประชุมเสร็จค่อยให้ฝ่าบาทมาทอดพระเนตรก็แล้ว กัน

รถเคลื่อนออกจากแคนยาสสู่ตึกบริษัทจาเมียร์กรุ๊ป ตึก สูงเจ็ดสิบห้าชั้นตั้งตระหง่านกลางเมืองไฮดริก อัสลัน กดลิฟต์ไปยังชั้นห้าสิบเพื่อเข้าห้องประชุม ไดรฟ์ข้อมูล ถูกเปิดมันอธิบายถึงการส่งออกน้ำมันและทรายสําหรับ ก่อสร้างของซากวัย ราวสองชั่วโมงทุกอย่างจบลง การพรี เซนต์สำหรับเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น

ทรงลุกจากพระเก้าอี้แล้วพระราชดำเนินออกนอกห้อง ประชุม อัสลันรีบเข้าประชิดพระวรกายแล้วกระซิบข้าง พระกรรณ

“ผมทําตามคําสั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ”

ริมพระโอษฐ์หนากระตุกยิ้ม “ดีมาก”

ทรงขึ้นลิฟท์อย่างรวดเร็วแล้วเร่งดำเนิน มายังรถผู้ บริหาร ซึ่งจอดรอรับด้านหน้าเรียบร้อย อัสลันรีบนั่ง ประจำเบาะหน้าคู่คนขับ แล้วเหลือบมองฝ่าบาท พอเห็น แววพระเนตรแล้วรู้สึกกังวลแทนสาวชายไทยเหลือเกิน

“ไปไหนต่อไหมครับดีล” อัสลันเอ่ยถาม
“ไปแคนยาสสิถามได้”

“ครับ”

สามทุ่มรถเคลื่อนจอดหน้าคฤหาสน์หลังงาม ทรงดำลง จากรถยนต์ผู้บริหาร แล้วเร่งฝีพระบาทไปยังชั้นสองทันที ทหารสองนายด้านหน้าทำความเคารพแล้วเปิดพระทวาร กษัตริย์มาซาฮาฟทรงยืนทอดพระเนตร เจ้าของร่าง บางกำลังหลับพริ้มราวกับเด็กทารกไม่ปาน ทรงเท้าพระ กฤษฎีแล้วแย้มโอษฐ์ ตอนแรกพระองค์ต้องการสั่งสอน นางข้อหาเสียมารยาท แต่ตอนนี้กลับทรงคิดอีกทาง ยิ่ง ทอดพระเนตรยิ่งรู้สึกพระทัยสั่นไหว ทรงตัดสินใจแน่วแน่ นางต้องมาเป็นสนมของพระองค์

กษัตริย์มาซาฮาฟทรงดำเนินออกจากห้อง แล้วลงบันได พร้อมรับสั่ง

“กลับแวนเดอเลียเลยอัสลัน” ทรงรับสั่ง

“ตอนนี้เหรอครับ”

“ใช่ กลับเลย”

กษัตริย์มาซาฮาฟไม่รอช้าอุ้มร่างอรชรไว้ในอ้อมพระกร กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำเอาพระหฤทัยเต้นโครมคราม มาถึงรถ จอดรอวางร่างไว้แล้วทรงนั่งบนเบาะพระหัตถ์ลูบไล้ใบหน้าและเส้นผมอ่อนนุ่มตลอดทาง หาก นางตื่นมาอาจดีใจก็ได้ เพราะพระองค์ทรงให้ทุกสิ่งที่นาง ต้องการได้


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ