ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน

บทที่ 1770



บทที่ 1770

เย่เฉันรู้ว่าภรรยาเป็นคนขี้เขิน และไม่เคยมีประสบการณ์ทาง ด้านนี้เลยสักนิด จะไปต้านทานคำพูดหยอกล้อของหม่าหลันได้ ยังไง

ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นมาว่า “แม่ครับ ชูหนหน้าบาง อย่าล้อเธอ สิครับ”

หม่าหลันหัวเราะคิกคัก “ชูหน เห็นหรือยัง? เยเฉันนึกถึง ความรู้สึกแกมากเลยนะ!

เธอพูดพร้อมกับบิดขี้เกียจ “ฉันไม่คุยกับพวกแกแล้ว ฉันต้อง กลับไปถ่ายรูปสร้อยข้อมือที่ห้องฉันสักหน่อยแล้ว พวกแกก็รีบ พักผ่อนซะนะ! ”

ในขณะที่พูด เซียวฉางควนก็เดินออกมาจากลิฟต์ด้วยสูทชุด ใหม่

เมื่อเห็นทั้งสามคน เขาก็ยืนหมุนไปหมุนมาอยู่ตรงหน้าลิฟต์ อย่างพึงพอใจ เอ่ยพูดยิ้มๆว่า “ดูสิ ฉันดูมีภูมิฐานไหม สูทตัวนี้ คุณภาพอย่างกับสั่งตัดเอง ดูเอาเถอะรูปร่างอย่างฉัน ห้าสิบ กว่าปีแล้วยังไม่ลงพุง แรร์ไอเท็มสุดๆ! ”

เซียวฉางควนในตอนนี้ สวมใส่สูทหรูหราพอดีตัว ทำให้เขา ดูดีมีสไตล์ บวกกับการดูแลร่างกายที่ดีของเขา มองเผินๆไม่ เหมือนคนอายุห้าสิบกว่าๆเลยด้วยซ้ำ
แต่ในใจของเยเฉินรู้ดีว่า จริงๆ แล้วเชียวฉางควนเป็นคน เกียจ ปกติไม่ได้ออกกำลังกายด้วยซ้ำ เหตุผลที่รูปร่างยังคงดี อยู่แบบนี้ ล้วนแล้วแต่มาจากการถูกหม่าหลันทรมานตลอด หลายปีที่ผ่านมา

ถึงแม้ตอนนี้หม่าหลันจะเก็บท่าทีบ้างแล้ว แต่หม่าหลันใน อดีตก็คือปีศาจดีๆนี่เอง ใครได้มาประสบพบเจอกับผู้หญิงแบบ นี้ ต่างก็รู้สึกแย่แทบอยากตาย ทุกวันมีแต่ความหงุดหงิด และอัดอั้นใจ ไม่มีแม้แต่อารมณ์อยากทานข้าว น้ำหนักจึงไม่ขึ้น

ดังนั้น เยเฉินจึงเอ่ยปากชมว่า “พ่อครับ พอแต่งตัวแบบนี้แล้ว ดูเผินๆอย่างกับคนเพิ่งสี่สิบเลยนะครับ บุคลิกดีๆมากๆ! ”

“งั้นเหรอ! ฮิๆๆ” เซียวฉางควนหัวเราะออกมาอย่างลำพองใ “ตอนที่ยังเรียนอยู่ ฉันเป็นถึงเดือนมหาลัยเลยนะ ไม่ได้ด้อยไป กว่าพวกเด็กรุ่นใหม่เสียเท่าไหร่หรอก!

เซียวหรับส่ายหัวอย่างจนใจ “พ่อคะ เมื่อไหร่พ่อจะรู้จักเจียม เนื้อเจียมตัวบ้าง ถ้าพูดแบบนี้ออกไปต่อหน้าคนอื่น คนเขาจะ หัวเราะเอานะ”

เซียวฉางควนเบ้ปาก “จะไปกลัวทำไม? ถ้าเอาฉันไปวางรวม กับคนแก่คนอื่นๆ ฉันไม่มีทางเป็นสองรองใครแน่ ถ้าใช้สำนวน มาเปรียบเทียบล่ะก็ คงเป็นนกกระเรียนในฝูงไก่อย่างไรล่ะ! ”

เมื่อหม่าหลันเห็นเซียวฉางควนยังคงมีสไตล์วัยหนุ่ม ก็รู้สึกไม่ ชอบใจ

เธอ ใคร่ครวญ ในใจเงียบๆขึ้นมาว่า “เชียวฉางควนชาติหมาดูแลตัวเองเก่งเชียวนะ! กลับเป็นฉันที่อ้วนเอาๆ นับวันยิ่งคุม ยาก ต้องรักษาแผลที่ขา จนไม่ได้ออกกำลังกาย ทําให้น้ำหนัก ขึ้นเอาๆ ไม่ได้! ฉันต้องตั้งใจลดน้ำหนัก และเอาหุ่นเดิมกลับมา ให้ได้! ไม่ให้เขียวฉางควนแซงหน้าได้หรอก! ”

ดังนั้น หม่าหลันจึงถลึงตาใส่เซียวฉางควนอย่างไม่ยอม เธอ ไม่ได้พูดกับเขา แต่กลับหันไปพูดกับเย่เฉินและเซียวชูหนว่า “ฉันกลับห้องแล้วนะ พวกแกสองคนก็รีบๆกลับไปพักผ่อนล่ะ”

เขียวชูหนตอบรับด้วยใบหน้าแดงซ่าน “ค่ะแม่ แม่กลับห้อง

ไปพักผ่อนเถอะ”

เซียวฉางควนเองก็พูดขึ้นมาว่า “เย่เฉิน แกกลับห้องไปพักซะ วิ่งไปนั่นวิ่งไปนี่ต้องเหนื่อยมากแน่ๆ ให้หวั่นเตรียมน้ำอุ่นๆไว้ ให้ จะได้แช่อาบสบายๆนะ”

เมื่อเชียวชูหนนึกถึงคำพูดของมารดาเมื่อสักครู่ ก็รู้สึกเขิน อายขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ แต่เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่า สามีของตัวเอง ทำงานมาหนักมากจริงๆ ถ้าได้แช่น้ำอุ่นๆคงช่วยผ่อนคลายได้ มากแน่ๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าก็จะจางหายไปด้วย

ดังนั้น เธอจึงพูดกับเย่เฉินว่า “เย่เฉิน คุณอยู่คุยกับพ่อสักครู่ นะ เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปเตรียมน้ำอุ่นให้ อีกสิบนาทีคุณค่อยขึ้นไป แล้วกันนะ”

เย่เฉินพยักหน้า

หลังจากที่เซียวซูหนและหม่าหลันขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน เชียว ฉางควนก็จูงมือเย่เฉินมานั่ง เพื่อต้มน้ำชาแก้เมื่อยให้เขา
เยเฉินนั่งลงได้ไม่ทันไร โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมา

เมื่อก้มมอง ก็พบว่าเป็นเบอร์แปลกที่โทรมาจากเมืองเย่นจิง เขาจึงลุกขึ้น แล้วหันมาพูดกับเขียวฉางควนว่า “พ่อครับ ผมไป คุยโทรศัพท์ก่อนนะครับ

เซียวฉางควนพูดว่า “คุยที่นี่ก็ได้ ทำไมต้องออกไปข้างนอก

ล่ะ?”

เยเฉินผงกหัว “ลูกค้าโทรมาครับ”

พูดพร้อมกับก้าวเดินออกไปนอกประตู

เมื่อเดินมาถึงสวน เย่เฉินก็กดรับสาย เอ่ยพูดว่า “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ?”

ปลายสาย พลันมีเสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา “เย่เฉิน ฉัน

อาแกเอง! ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี อาคิดถึงแกมากเลย! “


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB